คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงาน ในระหว่างเวลาที่จำเลยมีหน้าที่ดำเนินงานควบคุมจัดการกิจการประปาเทศบาลตำบลอัมพวาตามที่นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลอัมพวาแต่งตั้งจำเลยได้กระทำผิดกฎหมายต่างกรรมต่างวาระกัน คือ ระหว่างปี พ.ศ. 2508 วันเดือนและเวลาไม่ปรากฎชัด นายสมนึก สัจจวงศ์ ได้ยื่นคำร้องขอติดตั้งการใช้น้ำประปา และเมื่อระหว่างวันเวลาใดไม่ปรากฏชัดในเดือนเมษายน 2510 นายเขียน ชื่นการค้า นายสง่า เจริญสุข นางคิ้ม อุดมผล และในระหว่างปี 2511 นายแย้ม เทียนศิริ ได้ยื่นคำร้องขอติดตั้งการใช้น้ำประปา จำเลยได้ติดตั้งท่อน้ำประปาให้ โดยเรียกเก็บค่าประกันการใช้น้ำประปา ค่าธรรมเนียมติดตั้งใช้น้ำประปา และหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว
จำเลยได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการใช้น้ำประปาประจำเดือนทุกเดือนตั้งแต่วันเริ่มใช้น้ำประปาตลอดมาจนถึงเดือนกันยายน 2513 จากบุคคลดังกล่าวแล้ว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,955 บาท จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเทศบาลตำบลอัมพวาจำเลยกลับทุจริตต่อหน้าที่ มิได้นำคำร้องขอของผู้ใช้น้ำเสนอขออนุมัติปลัดเทศบาล นายกเทศมนตรีออกใบเสร็จรับเงินโดยไม่มีต้นขั้ว ไม่มีชื่อสมุหบัญชี ไม่ลงบัญชีประจำตัวผู้เก็บ ไม่นำเงินส่งต่อสมุหบัญชี แล้วจำเลยได้เบียดบังยักยอกเอาเงินรายได้จากกิจการน้ำประปาของเทศบาลตำบลอัมพวา จำนวน 3,955 บาทไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยสุจริต กับเมื่อระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม 2505 จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2512 จำเลยได้เรียกค่าธรรมเนียมติดตั้งการใช้น้ำประปาตามระเบียบของเทศบาลตำบลอัมพวาจากนายเซ้ง
แซ่เตีย กับพวกรวม 20 ราย ผู้ขอติดตั้งการใช้น้ำประปารวมเป็นเงิน 2,750 บาท แล้วจำเลยได้ออกใบรับเงินให้นายเซ้งกับพวกเพียง 2,065 บาท ไม่ส่งเงินที่รับอีก 685 บาท กลับเบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวซึ่งเป็นรายได้ของเทศบาลตำบลอัมพวาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147, 151, 157, 352, 353 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 7, 13ชั้นแรกจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมากลับให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามบทกฎหมายที่อ้างมาในฟ้อง แต่ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 อันเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกจำเลย 10 ปี
ลดโทษเพราะมีเหตุบรรเทาโทษตามมาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 5 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง แต่การกระทำเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 บทเดียว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502มาตรา 3 ให้จำคุก 6 ปี ลดกึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 3 ปีโจทก์ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 ด้วย จำเลยฎีกาว่า
จำเลยให้การรับสารภาพเพราะสำคัญผิดข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยรับราชการตำแหน่งหัวหน้าหมวดกลางสำนักงานปลัดเทศบาลเทศบาลตำบลอัมพวา นายกเทศมนตรีได้แต่งตั้งให้จำเลยดำเนินงานควบคุมกิจการประปาของเทศบาล มีหน้าที่รับคำร้องขอของผู้ใช้น้ำประปานำคำร้องขอเสนอปลัดเทศบาลและนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลอัมพวา เพื่ออนุมัติจัดการติดตั้งท่อน้ำก๊อกน้ำประปาให้แก่ผู้ขอใช้น้ำ ทำทะเบียนผู้ใช้น้ำ เขียนใบเสร็จรับเงินพร้อมต้นขั้วเสนอสมุหบัญชีเทศบาลลงชื่อและเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม ค่าประกันการใช้น้ำ ค่าใช้น้ำตามระเบียบของเทศบาลลงบัญชีประจำตัวผู้เก็บเงินแล้วนำเงินส่งเป็นเงินผลประโยชน์ของเทศบาล หรือส่งฝากในนามกิจการประปาในวันที่ได้รับเงินหรือวันรุ่งขึ้น หรือวันเปิดทำการ
เมื่อระหว่างตั้งแต่วันเดือนใดไม่ปรากฏชัด พ.ศ. 2508 ถึงวันที่ 7 ตุลาคม 2513 จำเลยได้รับเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในกิจการประปาของเทศบาลตำบลอัมพวาไว้ 3,955 บาท จำเลยบังอาจเบียดบังยักยอกเอาเงินจำนวนนี้ไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต และระหว่างตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม2505 จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2512 จำเลยได้รับเงินค่าธรรมเนียมในการติดตั้งใช้น้ำประปาจากนายเซ้งกับพวกเป็นเงิน 2,750 บาท แต่จำเลยออกใบเสร็จรับเงินและนำเงินส่งสมุหบัญชีเพียง 2,065 บาท ไม่ส่ง 685 บาท จำเลยได้บังอาจเบียดบังเงินจำนวน 685 บาท ไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริตที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้เพิ่มขึ้นกว่าข้อเท็จจริงในฎีกาที่ 605/2511 ตามที่ศาลอุทธรณ์อ้าง โดยในคดีนี้จำเลยติดตั้งการใช้น้ำให้นายสมนึก
สัจจวงศ์ กับพวก รวม 5 ราย ไม่ลงทะเบียนผู้ใช้น้ำประปาของเทศบาล เรียกเก็บค่าใช้น้ำประปาทุกเดือน และจำเลยออกหลักฐานจำนวนก๊อกน้ำประปาของผู้ติดตั้งน้อยกว่าความจริง แล้วเก็บเงินมากกว่าจำนวนค่าธรรมเนียมที่เทศบาลกำหนดเป็นการอาศัยตำแหน่งหน้าที่ที่จำเลยเกี่ยวข้องกับทรัพย์นั้นในกิจการประปาหาประโยชน์นอกเหนือไปจากทรัพย์ที่จำเลยมีหน้าที่เกี่ยวข้องครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 นั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ก็ต่อเมื่อจำเลยมีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ แล้วใช้อำนาจในตำแหน่งแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายจากตัวทรัพย์นั้น โดยมิได้เอาตัวทรัพย์ไปไม่ใช่เพียงแต่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ตามฎีกาของโจทก์ ทั้งตามฟ้องของโจทก์บรรยายเจาะจงว่า จำเลยเบียดบังยักยอกเอาเงินรายได้ 3,955 บาท จากกิจการน้ำประปาของเทศบาลตำบลอัมพวาที่จำเลยรับไว้จากนายสมนึก สัจจวงศ์ กับพวก รวม 5 คนไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริตซึ่งเป็นความผิดตรงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เท่านั้น จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ด้วยพิพากษายืน