เนื้อความคำพิพากษา
คดีนี้ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะข้อที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเล่นการพนันโปปั่นโดยมิได้รับอนุญาตจำเลยที่ 1 ให้การรับว่าเป็นลูกค้าผู้แทง หาได้เป็นเจ้ามือไม่ศาลจังหวัดกระบี่เชื่อว่าจำเลยเป็นหัวเบี้ยรับกินรับใช้ดังโจทก์หา พิพากษาว่าจำเลยผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 12 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2485 มาตรา 3 พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 จำคุก 3 เดือน ปรับ 600 บาท ลด 1 ใน 3 ตามมาตรา 59 คงจำคุก 2 เดือน ปรับ 400 บาทและให้จำเลยเสียค่าสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ไม่ชำระจัดการตามมาตรา 18 กฎหมายอาญาจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คงฟังแต่เพียงว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกค้าเข้าเล่นการพนันด้วยอย่างเดียว
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 300 บาท ลดตามมาตรา 59 กึ่งหนึ่งปรับ 150 บาท นอกจากที่แก้นี้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้รับกินรับใช้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว ถึงแม้จะสงเคราะห์คดีนี้ว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก เมื่อศาลเดิมพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 1 ปี กับปรับไม่เกิน 1,000 บาท และศาลอุทธรณ์มิได้แก้บทกฎหมาย แต่ให้ลดโทษลง คงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่านี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
Result
จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์