คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยมีข้าวเปลือก ๒ เกวียนหลวง ๖๐ ถัง ไว้ในครอบครอง ไม่ไปแจ้งประมาณและสถานที่เก็บเป็นการฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษและริบข้าวของกลาง จำเลยรับสารภาพ และแถลงว่าจำเลยเป็นกสิกรชาวนา ข้าวเปลือกของกลางเป็นข้าวที่ผลิตได้จากนาของจำเลยเอง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเป็นกสิกรชาวนาหาจำต้องไปแจ้งปริมาณสถานที่เก็บไม่ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๔๕ วันตามฟ้อง และให้รอการลงอาญาไว้ ริบข้าวของกลาง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมาจะใช้บังคับได้ จะต้องปรากฎว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตามที่ พ.ร.บ.การค้าข้าวให้อำนาจไว้ ประกาศให้อำนาจของคณะกรรมการเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันหนึ่งในการกระทำทั้งหลายที่ปรากฎเป็นองค์ความผิด ฉะนั้นจึงต้องปรากฎชัดแจ้งแน่นอนว่าประกาศของพนักงานฯ ที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืนประกาศนั้น ได้ออกประกาศมาโดยอาศัยอำนาจจากประกาศของคณะกรรมการฉะบับใด ตามความตอนต้นปรากฎว่า อาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนมกราคม ๒๔๙๐ แต่ในสำเนาประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ส่งท้ายฟ้อง ปรากฎว่าอาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนกรกฎาคม ๒๔๙๐ ที่ต่างกับฉะบับต้น
เพราะเหตุใดไม่ปรากฎ แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพ แต่ก็ไม่รู้แน่ว่า ประกาศของพนักงานที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืนนั้นออกมาโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะกรรมการฉะบับใด จะอาศัยต้นฉะบับหรือสำเนาประกาศของคณะกรรมการฯ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ไม่มีในสำนวน เพราะโจทก์ไม่ได้นำส่งศาล ก็เป็นอันขาดข้อเท็จจริงที่แน่นอนสำหรับองค์ความผิด ที่กล่าวหาจำเลยก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
Result
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง