คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่ 398 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เนื่องจากผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรรมสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าว เพราะจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้สั่งงดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่ 398 ไว้ก่อนเพื่อบรรเทาความเสียหาย เป็นเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 กรณีไม่ใช่เรื่องขอทุเลาการบังคับตามมาตรา 231 เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้งดการขายทอดตลาดตามคำร้องของผู้ร้องอันเป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณา
โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาได้ตามมาตรา 228(2), 247 มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าผู้ร้องมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลสั่งงดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่398 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินดังกล่าวของจำเลยไว้เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 278 ปรากฏว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ทั้งตามคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นก็อ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนในกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเพราะจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง แต่ปรากฏว่ายังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กัน ยังถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะมาร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่ 398 ที่โจทก์นำยึดเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดของผู้ร้อง.