คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าจำเลยทั้ง ๒ ต้องหาว่าสมคบกันมีฝิ่นเถื่อน ทางพิจารณาปรากฎว่าจำเลยผู้เดียวเป็นผู้กระทำผิด ส่วนจำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ตามฟ้องโจทก์เพื่อยอมรับสมอ้างช่วยเหลือจำเลยที่ ๒ ให้พ้นผิด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำรับสารภาพของจำเลยที่ ๑ มิได้เกิดขึ้นจากความจริง แลจำเลยก็มิได้กระทำผิดจริงตามคำรับสารภาพตามประมวลวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๑๗๖-๒๒๗ หาสมควรจะลงโทษจำเลยไม่
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง ๒ ที่พิพากษาให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ คงให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามพ.ร.บ.ฝิ่นแต่ผู้เดียว