Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 15624/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การจดรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการบวกโทษเป็นไม่บวกโทษนั้น ถือเป็นการแก้ไขคำพิพากษา เพราะทำให้ผลของคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับโทษของจำเลยเปลี่ยนแปลงไป มิใช่เป็นกรณีที่มีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 143 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 83, 335, 336 ทวิ, 357 ริบชะแลงของกลาง และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือชดใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 1,012,000 บาท แก่ผู้เสียหาย บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 36/2588 ของศาล จังหวัดพิจิตร เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ นับโทษจำเลยทั้งสามในคดีนี้ ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2956/2549 ของศาลชั้นต้น นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที 2 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2896/2549 ของศาลชั้นต้น และนับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 197/2550 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพฐานรับของโจร และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษและนับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี ริบชะแลงของกลาง ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 1,012,000 บาท แก่ผู้เสียหายและให้บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 36/2548 ของศาลจังหวัดพิจิตร เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 9 เดือน นับโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2896/2549 หมายเลขแดงที่ 181/2550 ของศาลชั้นต้น

ส่วนคำขอให้นับโทษจำเลยทั้งสามต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2956/2549 และ 197/2550 ของศาลชั้นต้น ให้ยกเนื่องจากคดีดังกล่าวศาลยังมิได้มีคำพิพากษายกฟ้องสำหรับข้อหาลักทรัพย์ ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งให้บวกโทษของจำลเยที่ 1 เนื่องจากได้บวกโทษในคดีอื่นแล้ว จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 1,012,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหายนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ศาลชั้นต้นได้บวกโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 36/2548 ของศาลจังหวัดพิจิตร เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 181/2550 ของศาลชั้นต้นแล้ว จึงไม่อาจนำโทษจำคุกในคดีดังกล่าวมาบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีนี้ได้อีกนั้น เห็นว่า แม้ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 25 มีนาคม 2551 จะปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้ตรวจสอบการบอกโทษของจำเลยที่ 1 ตามหนังสือของเรือนจำจังหวัดนนทบุรี พบว่ามีการบวกโทษไม่ถูกต้อง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งบวกโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 36/2548 ของศาลจังหวัดพิจิตร

ออกจากคดีนี้แล้วก็ตาม เห็นว่า การจดรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ให้เพิกถอนการบวกโทษเป็นไม่บวกโทษเป็นไม่บวกโทษนั้น ถือเป็นการแก้ไขคำพิพากษา เพราะทำให้ผลของคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับโทษของจำเลยที่ 1 เปลี่ยนแปลงไป มิใช่เป็นกรณีที่มีข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย ศาลชั้นต้นกระทำมิได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 25 มีนาคม 2551 ที่มีคำสั่งให้เพิกถอนการบวกโทษเสีย และเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโทษของจำเลยที่ 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 36/2548 ของศาลจังหวัดพิจิตร นั้น ถูกนำไปบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอื่นแล้ว ก็ไม่อาจนำมาบวกกับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ได้อีก ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้บวกโทษจำคุกของจำเลยที 1 ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 36/2548 ของศาลจังหวัดพิจิตร นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

Matter details

Panel of judges
วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ สุเสารัจ
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1497/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 32, 33, 80, 83, 91, 138, 140, 289, 358 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ จำเลยให้ก…

Supreme Court Judgment No. 3114/2556

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2551 ซึ่ง พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มีผลใช้บังคับแล้ว เมื่อความผิดที่โจทก์อาศัยเป็นเหตุ…

Supreme Court Judgment No. 11176/2554

ฎีกาของจำเลยที่ 1 คัดลอกข้อความในอุทธรณ์ชนิดคำต่อคำมาไว้ในฎีกา เพียงแต่ตัดข้อความในอุทธรณ์หน้า 8 ย่อหน้าที่ 1 หน้า 9 ถึงหน้า 11 บรรทัดที่ 1 ถึงที่ 3 ออกเท่านั้น มิได้ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดขึ้นคั…

Supreme Court Judgment No. 196/2535

ศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จและส่งให้ศาลชั้นต้นเพื่ออ่านให้คู่ความฟัง ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์และจำเลยที่ 1ฟังแล้ว และได้ส่งคำพิพากษาศาลฎีกาไปอีกศาลหนึ่งเพื่ออ่านให้จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกคุมขังอย…

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57060)

ความว่า ศาลฎีกาพิพากษาว่าจำเลยที่ 15 มีความผิดฐาน เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86,147 ลงโทษสองในสามของโทษตามมาตรา 147แต่ คำพิพากษาไม่ได้กำหนดโทษจำเลยที่ 15 ไว้ โปรดกำ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up