คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าโจทก์เป็นมารดาจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ได้นำเงินรวมหลายคราวไปฝากไว้กับ ต.ผู้เป็นยายรวม 4,900 บาท เพื่อหาผลประโยชน์ต่าง ๆ ต. ได้เอาเงินเหล่านี้ออกให้เขากู้ เมื่อ พ.ศ.2475 ต. เอาเงินที่ฝากไว้นี้ไปซื้อที่รายพิพาทนี้ราคา 8,000 บาท ที่รายพิพาทนี้ไม่มีหนังสือสำคัญ มีแต่หนังสือสัญญาซื้อขายเท่านั้น ภายหลังจากการซื้อประมาณ 1 เดือน จำเลยก็เข้าครอบครองโดยปลูกเรือนลงในที่รายพิพาทนี้ แลยังได้สร้างห้องแถวขึ้นที่หน้าบ้านอีก บัดนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยกล่าวว่าที่รายพิพาทนี้ ต. มารดาโจทก์เป็นผู้ซื้อไว้ จำเลยเป็นแต่ผู้อาศัย แลค้านว่าแม้จะฟังว่า ต. เป็นผู้แทนจำเลยจัดการซื้อที่ดินรายนี้ จำเลยก็มิได้ทำเป็นหนังสือตั้ง ต. เป็นตัวแทน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ ต. ซื้อที่รายนี้ก็เพื่อประโยชน์แก่จำเลยโดยลำพังตนเองเป็นลักษณจัดการงานนอกสั่ง แลจำเลยก็มิได้ตกลงให้ ต. ซื้อที่ดิน ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าการตั้งตัวแทนจะต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่ เมื่อจำเลยรับเอาที่ดินมาครอบครองแล้วดังนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิจะฟ้องขับไล่จำเลยได้
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้ง 2 ให้ยกฟ้องโจทก์