Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1534/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยนำใบมอบฉันทะซึ่งมีลายมือชื่อของผู้ตายอันเป็นลายมือปลอมไปขอรับเงินหลังจากผู้ตายซึ่งถึงแก่ความตายแล้วถึง9 วัน โดยปกปิดไม่แจ้งให้ทางธนาคารทราบ ย่อมส่อให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต โดยรู้ดีว่าแบบขอเบิกเงินนั้นเป็นเอกสารสิทธิปลอม จึงแกล้งปกปิดความจริงไม่แจ้งให้ธนาคารทราบการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265,268, 352, 91

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และมาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 ให้ลงโทษตามมาตรา 268 ประกอบมาตรา 265 กระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรคสองจำคุก 2 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้แต่งงานกับนางสำรวย วงษ์รักษา ผู้ตาย แต่มิได้จดทะเบียนสมรสกัน เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2525 ผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยโรคเยื่อในสมองอักเสบ ต่อมาเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามคำสั่งของศาลแล้วได้ไปติดต่อธนาคารออมสิน สาขาสามพราน เพื่อขอเบิกเงินของผู้ตาย ปรากฏว่าจำเลยได้เบิกเงินของผู้ตายไปหมดแล้วเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2525 โดยจำเลยอ้างว่าผู้ตายได้มอบฉันทะให้จำเลยไปเบิกเงินดังกล่าว คดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม สำหรับข้อหาฐานยักยอกนั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้

ไม่มีฝ่ายใดฎีกา ข้อหาฐานยักยอกจึงยุติ คงมีปัญหาในชั้นนี้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายเสถียร หุ่นสวัสดิ์และนางปราณี หุ่นสวัสดิ์ น้องของผู้ตายพยานโจทก์ว่า พยานทั้งสองเคยเห็นและจำฝาก เอกสารหมาย จ.3/3ในช่องลายมือชื่อผู้มอบฉันทะและในช่องลายมือชื่อเจ้าของบัญชีไม่ใช่ลายมือชื่อของผู้ตาย ซึ่งไม่เหมือนกับลายมือชื่อของผู้ตายตามบัตรลายมือชื่อลายมือชื่อของผู้ตายได้ และยืนยันว่าลายมือชื่อใน อส.6 ก. แบบถอนเงินปิดบัญชีเงินผู้ฝากเอกสารหมายจ.3/1 และแบบขอเปิดบัญชีฝากเงินเอกสารหมาย จ.3/2 พิจารณาลายมือชื่อของผู้ตายในเอกสารหมาย จ.3/3 ที่จำเลยอ้างว่าเป็นลายมือชื่อของผู้ตาย

ได้มอบฉันทะให้จำเลยไปถอนเงินเปรียบเทียบกับลายมือชื่อของผู้ตายที่เขียนไว้ในบัตรตัวอย่างลายมือชื่อผู้ฝากตามเอกสารหมาย จ.3/1 และในแบบขอเปิดบัญชีฝากเงินออมสินเอกสารหมาย จ.3/2 แล้ว ปรากฏว่าลักษณะการเขียนตัวอักษรแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะอักษร น, ร, ว, และ ย รูปลักษณะตัวอักษรดังกล่าวแตกต่างกันมาก ฟังไม่ได้ว่าลายมือชื่อในช่องเจ้าของบัญชีและในช่องผู้มอบฉันทะในเอกสารหมาย จ.3/3 เป็นลายมือชื่อของผู้ตาย เชื่อว่าลายมือชื่อดังกล่าวเป็นลายมือชื่อปลอม แต่ใครเป็นผู้ปลอมเอกสารฉบับนี้ไม่มีพยานโจทก์รู้เห็นเพียงแต่เอกสารฉบับนี้อยู่กับจำเลย จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมลายมือชื่อผู้ตายนั้นยังไม่ถนัดนัก จำเลยยอมรับว่าได้นำแบบขอถอนเงินปิดบัญชีเลิกฝากเอกสารหมาย

จ.3/3 ไปขอถอนเงินจากธนาคารออมสิน สาขาสามพราน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2525 จริงแต่จำเลยอ้างว่าผู้ตายได้มอบฉันทะให้มาถอนเงินแทน ซึ่งข้ออ้างของจำเลยมีพิรุธและขัดต่อเหตุผลอยู่หลายประการกล่าวคือ จำเลยอ้างว่าผู้ตายเซ็นใบมอบฉันทะให้ไปถอนเงินก่อนผู้ตายจะป่วย 2 วัน ถ้าผู้ตายมีความจำเป็นที่จะใช้เงินและต้องการถอนเงินก่อนผู้ตายป่วย ผู้ตายก็น่าจะไปถอนเอง ไม่มีความจำเป็นต้องมอบฉันทะให้คนอื่นไปถอนแทน และข้ออ้างของจำเลยนี้ขัดกับคำเบิกความตอนหนึ่งของจำเลยที่ว่า ก่อนที่ผู้ตายจะถึงแก่ความตาย จำเลยเคยปรึกษาผู้ตายว่าจะเบิกเงินที่ธนาคารเพื่อนำมารักษาผู้ตายที่โรงพยาบาล ผู้ตายบอกให้จำเลยไปเอาใบมอบฉันทะมาให้ผู้ตายเซ็นชื่อ ข้อความดังกล่าวนี้หมายความว่าผู้ตายลงลายมือชื่อมอบฉันทะให้จำเลยไปถอนเงินเมื่อผู้ตายเริ่มป่วยแล้ว

หาใช่มอบฉันทะให้ก่อนที่ผู้ตายป่วยไม่ พฤติการณ์ของจำเลยที่นำใบมอบฉันทะไปขอรับเงินหลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้วถึง 9 วัน โดยปกปิดไม่แจ้งให้ทางธนาคารทราบเช่นนี้ ย่อมส่อให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตโดยรู้ดีว่าแบบขอเบิกเงินตามเอกสาร จ.3/3 นั้น เป็นเอกสารสิทธิปลอม จึงแกล้งปกปิดความจริงไม่แจ้งให้ธนาคารทราบ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน'

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 วางโทษจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7946/2568

การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละ…

Supreme Court Judgment No. 7212/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึง…

Supreme Court Judgment No. 6181/2567

"ใช้" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายความว่า เอามาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การที่จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงอยู่ที่เต…

Supreme Court Judgment No. 2086/2567

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยว่าจำเลยมอบอำนาจให้ ม. ยืนคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการของบริษัท ด. โดยมีกรรมการเข้าใหม่ 1 คน คือ พ. และกรรมการออกจากตำแหน่ง 2 คน คือ โจทก์ทั้…

Supreme Court Judgment No. 1581/2567

แม้ตาม ป.อ. มาตรา 268 บัญญัติให้ผู้ใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 265 และเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น รับโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว แต่การใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป.รัษฎากร มาตรา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up