Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1523/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

กฎหมายบัญญัติเรื่องการตั้งผู้จัดการมรดกไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคสอง ว่า การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม และถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดกแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร เมื่อได้ความว่าผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรคนโตของผู้ตายไม่ค่อยได้ติดต่อกับผู้ตาย รวมทั้งไม่ได้ไปร่วมในงานบำเพ็ญกุศลของผู้ตาย โดยผู้ร้องพักอาศัยอยู่กับยายตั้งแต่เล็กและแต่งงานแยกครอบครัวไปตั้งแต่ปี 2509 แสดงว่าผู้ร้องค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับผู้ตาย การที่จะให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกน่าจะไม่เป็นไปตามเจตนาของเจ้ามรดกผู้ตาย กอปรกับผู้ร้องก็รับว่าทายาทผู้ตายมีความเห็นแตกต่างเป็นสองฝ่าย อีกทั้งผู้ร้องมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและไม่น่าไว้วางใจ ทำให้มีเหตุเชื่อว่าหากตั้งผู้ร้องให้ร่วมเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้ว การจัดการมรดกน่าจะไม่ราบรื่นและไม่เป็นไปตามเจตนาของเจ้ามรดก การตั้งผู้คัดค้านแต่ฝ่ายเดียวให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงน่าจะเหมาะสมกว่า

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนางกิมลุ้ย แซ่โล้ว ผู้ตาย ซึ่งเกิดจากนายเส็ง แซ่ตั้ง ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใดและไม่ได้ตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องไปติดต่อขอรับโอนทรัพย์มรดก แต่เจ้าพนักงานไม่ดำเนินการให้เว้นแต่จะมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกก่อน ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรของผู้ตาย ทายาทของผู้ตายส่วนใหญ่ตกลงให้ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้คัดค้านไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางพนอ คำสัมฤทธิ์ ผู้ร้อง และนางอารีย์ น้อยวงศ์ ผู้คัดค้าน เป็นผู้จัดการมรดกของนางกิมลุ้ย แซ่โล้ว ผู้ตาย ร่วมกัน กับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ตั้งนางอารีย์ น้อยวงศ์ ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายกิมลุ้ย แซ่โล้ว ผู้ตาย แต่เพียงผู้เดียว กับให้ยกคำร้องขอของนางพนอ คำสัมฤทธิ์ ผู้ร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นที่ยุติว่า ผู้ตายซึ่งเป็นเจ้ามรดกมีทายาทโดยธรรมคือ บุตรรวม 9 คน โดยผู้ร้องเป็นบุตรคนโต ส่วนผู้คัดค้านเป็นบุตรคนที่ 5 ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดก ก่อนถึงแก่กรรมผู้ตายไปพักอาศัยอยู่กับนางสุวิไล แสงวัณณ์ บุตรคนที่ 9 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างมีคุณสมบัติไม่ต้องห้ามในการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่าสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า กฎหมายบัญญัติเรื่องการตั้งผู้จัดการมรดกไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคสอง ว่า การตั้งผู้จัดการมรดกนั้น ถ้ามีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งตามข้อกำหนดพินัยกรรม และถ้าไม่มีข้อกำหนดพินัยกรรมก็ให้ศาลตั้งเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์และโดยคำนึงถึงเจตนาของเจ้ามรดกแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร ในประการนี้ผู้ร้องเบิกความรับว่าตนเองมีรายได้จากการประกอบอาชีพเดือนละประมาณ 15,000 บาท และมีบุตรซึ่งจบการศึกษาหมดแล้ว โดยพอเป็นที่เข้าใจว่าบุตรทุกคนล้วนมีงานทำเป็นกิจจะลักษณะ ซึ่งแม้จะอ้างว่าไปเยี่ยมผู้ตายและมอบเงินให้ผู้ตายไว้ใช้จ่ายเสมอ แต่ก็เบิกความตอบคำถามค้านทนายผู้คัดค้านว่าช่วงที่ผู้ตายพักอาศัยที่จังหวัดเชียงใหม่นาน 6 ปี

พยานเพียงเคยโทรศัพท์ไปพูดคุยด้วยประมาณ 2 ครั้ง และไม่ได้ส่งเงินให้ผู้ตายใช้จ่าย โดยอ้างว่าเพราะทางไกลกับรับในฎีกาว่าไม่ได้ขึ้นไปร่วมในงานบำเพ็ญกุศลศพผู้ตายที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งยังได้ความตามที่ผู้คัดค้านนำสืบโดยผู้ร้องมิได้ถามค้านว่า ผู้ร้องไปพักอยู่อาศัยกับยายตั้งแต่เล็กและแต่งงานแยกครอบครัวไปตั้งแต่ปี 2509 แสดงว่าผู้ร้องค่อนข้างมีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับผู้ตาย การที่จะให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกน่าจะไม่เป็นไปตามเจตนาของเจ้ามรดกผู้ตาย กอปรกับผู้ร้องก็รับอยู่อีกว่าทายาทผู้ตายมีความเห็นแตกต่างเป็นสองฝ่าย ซึ่งเมื่อพิจารณาเห็นว่าผู้คัดค้านมีนางสุวิไลและนางวราภรณ์พยานซึ่งเป็นทายาทอีกสองปากและเป็นผู้ที่พักอาศัยอยู่กับผู้ตายที่จังหวัดนครราชสีมาและที่จังหวัดเชียงใหม่

มาเบิกความถึงพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและไม่น่าไว้วางใจของผู้ร้อง ทำให้มีเหตุเชื่อว่าหากตั้งผู้ร้องให้ร่วมเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้ว การจัดการมรดกน่าจะไม่ราบรื่นและไม่เป็นไปตามเจตนาของเจ้ามรดก การตั้งผู้คัดค้านแต่ฝ่ายเดียวให้เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จึงน่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนที่ผู้ร้องอ้างในฎีกาประการอื่น เช่น ผู้คัดค้านมีพฤติการณ์หมายจะเอาเปรียบทายาทอื่น เป็นอาทิ ก็เป็นเรื่องที่ผู้ร้องเพิ่งยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาศาลฎีกาจึงไม่อาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลชั้นต้นมิได้สั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างผู้ร้องและผู้คัดค้านและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็มิได้สั่งแก้ไขในเรื่องนี้ จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · วิชัย วิวิตเสวี · ธานิศ เกศวพิทักษ์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

Supreme Court Judgment No. 4769/2566

เมื่อผู้คัดค้านที่ 5 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกคนหนึ่งของเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ทำให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ 6 คน ไม่อาจจัดการมรดกต่อไปได้ โดยที่ศาลยังไม่ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้จัดการมรดกที่เหลืออยู่ทั้ง…

Supreme Court Judgment No. 2241/2566

ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง หาจำต้องมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของผู้ตายโดยเป็นทายาทของผู้ตายทุกกรณีไม่ เมื่อผู้ร้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ผู้ตายท…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up