Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1504/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายข้อใดที่ไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย หรือไม่เป็นข้อแพ้ชนะ หรือไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของผู้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อนั้น และถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่า อุทธรณ์ทุกข้อไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยต่อไปแล้ว ก็มีอำนาจที่จะไม่วินิจฉัยอุทธรณ์นั้นทั้งหมดได้จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งบังคับคดีในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเกินคำขอของโจทก์ เมื่อปรากฏว่าจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นไปแล้ว และศาลชั้นต้นได้งดหมายจับนั้นแล้ว ทั้งไม่มีกรณีที่จะต้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำบังคับของศาลต่อไปอีก ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยจึงไม่มีประโยชน์แก่คดี ศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้ยกฎีกานั้นโดยไม่ต้องวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขับไล่ให้จำเลยรื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินของโจทก์ที่ 1 ซึ่งมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 2ครอบครองใช้ประโยชน์และจัดการจำเลยต่อสู้หลายประการ และฟ้องแย้งขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ รวมทั้งเรียกค่าสินไหมทดแทนโจทก์ให้การปฏิเสธฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร พร้อมทั้งให้รื้อถอนอาคารสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท และให้ยกฟ้องแย้ง โดยมีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน 30 วันจำเลยขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยมีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมได้ ไม่อนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องถ้าจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ ให้ชำระค่าธรรมเนียมภายใน 15 วันจำเลยทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2509 และศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายในวันที่ 27 เดือนนั้น เวลา 15 นาฬิกาครั้นวันที่ 20 เดือนเดียวกัน จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยใหม่ เพื่ออนุญาตให้จำเลยนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย จำเลยจะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอใหม่อีกไม่ได้วันที่ 30 ธันวาคม 2509 เจ้าหน้าที่รายงานว่า จำเลยไม่ชำระค่าธรรมเนียมอุทธรณ์ภายในกำหนดตามคำสั่งศาล

ศาลชั้นต้นจึงสั่งจำหน่ายฟ้องอุทธรณ์วันนั้นโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยและบริวารยังไม่ออก ยังไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาท ขอให้เรียกจำเลยมาสอบถามเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามคำพิพากษาจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคำขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาใหม่ของจำเลยขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นหมายเรียกจำเลยมาสอบถาม จำเลยไม่มา จึงออกหมายจับ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ถอนหมายจับ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าขอปฏิบัติตามคำสั่งศาลทุกประการแต่ขอผ่อนเวลาอีก 6 เดือนขอให้ระงับการจับกุม ศาลชั้นต้นสั่งนัดพร้อม ส่วนจำเลยให้รับตัวขังไว้ งดหมายจับ และอนุญาตให้จำเลยมีประกันตัวไปวันนัดพร้อม โจทก์ยอมให้เวลา 7 วัน จำเลยยอมรับ ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับให้เสร็จภายใน 7 วันต่อมาจำเลยก็ปฏิบัติตามคำบังคับเสร็จสิ้นแล้ว และโจทก์ไม่ติดใจบังคับคดีต่อไปศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยเกี่ยวกับหมายจับว่าอุทธรณ์ของจำเลยไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยต่อไป ให้จำหน่ายคดีจำเลยฎีกาว่า1.

ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย แต่กลับสั่งจำหน่ายคดีเป็นการผิดหลักและนอกประเด็น2.คดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไม่มีอำนาจสั่งบังคับคดี การออกหมายจับไม่ชอบด้วยกฎหมายและเกินคำขอของโจทก์ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาข้อแรกว่า

ศาลอุทธรณ์ไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อ ถ้าอุทธรณ์ข้อใดไม่เป็นสารแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย หรือไม่เป็นข้อแพ้ชนะ หรือไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของจำเลย ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อนั้น และถ้าเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยต่อไปแล้วก็มีอำนาจที่จะไม่วินิจฉัยอุทธรณ์นั้นทั้งหมดได้ หาเป็นการผิดหลักหรือนอกประเด็นไม่ฎีกาข้อสอง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลแล้ว จนกระทั่งโจทก์ไม่ติดใจบังคับคดีต่อไป และหมายจับก็งดแล้ว การที่จะวินิจฉัยว่าศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งบังคับคดีหรือไม่ และการออกหมายจับชอบด้วยกฎหมายและเกินคำขอของโจทก์หรือไม่จึงไม่มีประโยชน์แก่คดีเลย เพราะจำเลยได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลชั้นต้นเสร็จสิ้นไปแล้ว และศาลชั้นต้นได้งดหมายจับจำเลยแล้ว ทั้งไม่มีกรณีที่จะต้องบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาลต่อไปอีก ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยข้อฎีกาของจำเลยเหล่านี้พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลย

Matter details

Panel of judges
โชค จารุจินดา · วงษ์ วีระพงศ์ · บัญญัติ สุขารมณ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up