Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1499/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 76 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกขั้นสูง 15 ปี เมื่อศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยในเรื่องทนายเสียก่อนเริ่มพิจารณา แต่ดำเนินการพิจารณาไปโดยจำเลยไม่มีทนาย แล้วพิพากษาลงโทษจำเลย จึงเป็นการพิจารณาฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173 ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ปฏิบัติเสียให้ถูกต้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5จำนวน 133 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, 26, 76, 102, 103และริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหนัก133 กรัมเท่านั้น แสดงว่าจำเลยมิได้เพื่อจำหน่าย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคแรก จำคุก6 เดือน รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ริบของกลางโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 76 วรรคสองศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ

พ.ศ. 2522 มาตรา 26, 76 วรรคสอง จำคุก 2 ปี รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาว่า จำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพียง 133 กรัมหาได้มีปริมาณตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไปอันมาตรา 26 วรรคสอง ให้ถือว่ามีไว้ในคอบครองเพื่อจำหน่ายไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีกัญชาอันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 76 มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถึง 15 ปี ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173 บัญญัติว่า ในคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปก่อนเริ่มพิจารณา ให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการก็ให้ศาลตั้งทนายให้ ปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยเสียก่อนเริ่มพิจารณา แต่ได้ดำเนินการพิจารณาไปโดยจำเลยไม่มีทนายแล้วพิพากษาลงโทษจำเลย ต่อมาในชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาลงโทษจำเลยอีกโดยไม่ได้ให้ศาลชั้นต้นจัดการเรื่องทนายเสียให้ถูกต้องจึงเป็นการฝ่าฝืนบทกฎหมายที่กล่าวแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรให้ปฏิบัติเสียให้ถูกต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

Matter details

Panel of judges
จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up