Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1497/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นแห่งคดีว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วหรือไม่ จึงถือว่าคดีมีประเด็นดังกล่าวเพียงเท่านั้น มิได้มีประเด็นขยายความไปถึงการไม่บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนจึงเลิกสัญญาเช่าไม่ได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้ใน มาตรา 560 วรรคสอง และมาตรา 566 ดังที่จำเลยฎีกา เมื่อคดีได้ความว่าโจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว จำเลยและบริวารจึงต้องออกไปจากตึกพิพาท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกพิพาทจากโจทก์ กำหนดชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการเช่า จำเลยไม่ชำระค่าเช่าหลายเดือนรวมค่าเช่าที่ค้างชำระ ๑,๒๐๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยไม่ชำระจึงบอกให้จำเลยออกจากตึกพิพาท จำเลยไม่ยอมออก ขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกจากตึกพิพาท ชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ ๑,๒๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยลงทุนซ่อมแซมต่อเติมห้องเช่าแล้วจะให้จำเลยเช่ามีกำหนดระยะเวลา ๑๒ ปี จำเลยได้จัดการซ่อมแซมแล้ว จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า จำเลยมีสิทธิอยู่ในตึกพิพาทอีกอย่างน้อย ๔ ปี ขอให้ยกฟ้อง และให้โจทก์ไปจดทะเบียนการเช่า ๔ ปี ให้จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มิได้ตกลงให้จำเลยซ่อมแซมตึกพิพาทแล้ว จะให้เช่า ๑๒ ปี ตึกของโจทก์มิได้ชำรุดทรุดโทรมขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้ยกฟ้องแย้งจำเลย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยและบริวารออกจากอาคารพิพาท ชำระค่าเช่าที่ค้างชำระ ๑,๒๐๐ บาท และค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายในชั้นฎีกาว่า การเช่าตึกพิพาทให้กรณีของโจทก์และจำเลยมิได้บอกกล่าวก่อน่ให้จำเลยนำค่าเช่าที่ค้างชำระไปชำระให้โจทก์ สิทธิบอกกล่าวเลิกการเช่าของโจทก์จึงไม่เกิดขึ้น ดังที่จำเลยกล่าวอ้างหรือไม่เท่านั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นแห่งคดีไว้ในข้อ ๓ ว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้วหรือไม่ โจทก์และจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด จึงถือว่าคดีมีประเด็นดังกล่าวเพียงเท่านั้น มิได้มีประเด็นขยายความไปถึงการไม่บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าก่อนจึงเลิกสัญญาเช่าไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ใน มาตรา ๕๖๐ วรรคสอง และมาตรา ๕๖๖ ดังที่จำเลยฎีกา

เมื่อคดีได้ความว่า โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้วทางไปรษณีย์ แต่จำเลยไม่ยินยอมรับหนังสือบอกกล่าวนั้น โจทก์และทนายความของโจทก์ยังไปพบจำเลยที่ตึกพิพาท เพื่อส่งหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญา ไม่พบจำเลยอีกจึงได้มอบหนังสือบอกกล่าวให้คนอื่นที่อยู่ในตึกพิพาทเพื่อนำให้จำเลย ดังนี้ถือว่า โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว จำเลยและบริวารจึงต้องออกไปจากตึกพิพาท ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์ · อำนวย เปล่งวิทยา
Lower court
ศาลแพ่ง - นางคำนวณ เทียมสอาด
ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช เพียรสนอง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2196/2545

การเช่าที่ดินระหว่างโจทก์มีกำหนด 6 ปี แต่มิได้จดทะเบียนซึ่งจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538แต่หลังจากครบ 3 ปี แล้ว จำเลยยังคงเช่าที่ดินต่อไปอีกโดยโจทก์มิได้ท…

Supreme Court Judgment No. 1062/2539

ในชั้นชี้สองสถาน จำเลยยื่นคำแถลงขอให้ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาท 2 ประเด็น คือ 1. โจทก์ให้คำมั่นจะให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทต่อไปอีก 6 ปี หรือไม่ 2. โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยหรือไม่ แต่ศาลชั้…

Supreme Court Judgment No. 5309/2539

หนังสือสัญญาขายที่ดินพิพาทไม่มีข้อความตอนใดเขียนไว้เลยว่าให้สิทธิแก่จำเลยที่ 1 ในอันที่จะเรียกร้องเอาที่ดินคืนจากโจทก์คนใดได้ ทั้งพฤติการณ์ตามที่จำเลยที่ 1 เบิกความมา อาจปรับได้กับลักษณะขายฝากหรือคำมั…

Supreme Court Judgment No. 5771/2534

เมื่อสิ้นกำหนดเวลาตามสัญญาเช่า จำเลยยังมิได้ส่งมอบบ้านเช่าคืนโจทก์ ต่อมาผู้ซึ่งได้รับอนุญาตจากโจทก์ให้จัดประโยชน์ในที่ดินที่เช่าได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลยแสดงว่าโจทก์ได้รู้ถึงการที่จำเลยยังม…

Supreme Court Judgment No. 4175/2530

หนังสือมอบอำนาจระบุว่าให้ผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้กระทำการในกิจการต่าง ๆ แทน โดยมีข้อหนึ่งระบุว่า ให้มีอำนาจฟ้องบุคคลใดหรือนิติบุคคลใดต่อศาลในคดีแพ่ง จึงเป็นการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องคดีแทนแล้ว แม้ม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up