Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 149/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำเบิกความของผู้เสียหายที่อ้างว่าจำหน้าจำเลยซึ่งเป็นคนร้ายที่ข่มขืนกระทำชำเราตนเป็นคนที่สองได้ขัดกับคำเบิกความของพนักงานสอบสวนที่ว่าผู้เสียหายแจ้งว่าจำหน้าคนที่ข่มขืนไม่ได้และไม่รู้จักชื่อส่วนที่ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องนั้นก็เพราะผู้บังคับบัญชาของจำเลยนำจำเลยออกมาให้ผู้เสียหายชี้ตัวเพียงคนเดียวเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาตั้งแต่ชั้นสอบสวนจนถึงชั้นศาลพยานหลักฐานโจทก์จึงมีเหตุสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีก 3 คน ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงผู้เสียหาย อายุไม่เกิน 15 ปี อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 83จำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสาม, 83 ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 1 พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ มีชายคนร้าย 4 คน ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมีอายุไม่เกิน 15 ปี อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเบิกความว่าเห็นจำเลยดื่มสุราอยู่กับนายบอยเพื่อนของผู้เสียหายที่ไปเที่ยวงานด้วยกัน เมื่อผู้เสียหายจะกลับบ้านแต่ไม่พบนายบอยจำเลยบอกผู้เสียหายว่านายบอยกลับไปแล้วและรับจะพาผู้เสียหายไปส่งบ้าน และจำเลยรับปากว่าจะไม่ทำอะไร ผู้เสียหายจึงยอมนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จำเลยขับไปได้ประมาณ 1 กิโลเมตร ถึงกระท่อมนาที่เกิดเหตุจำเลยให้ผู้เสียหายลงจากรถและบังคับให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าโดยขู่ว่าจะทำร้ายผู้เสียหายจึงยอมถอดและถูกจำเลยกับพวกผลัดกันข่มขืนกระทำชำเรา

หลังจากนั้นจำเลยได้พาผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปส่งที่ถนนในหมู่บ้านเหม่าผู้เสียหายไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษว่า จำหน้าคนร้ายได้คนเดียวคือจำเลยซึ่งข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นคนที่สอง ขัดกับคำเบิกความของพันตำรวจโทสงคราม จำเริญ พนักงานสอบสวนว่า พยานได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายว่าผู้เสียหายถูกข่มขืนแต่ผู้เสียหายแจ้งว่าจำหน้าคนที่ข่มขืนไม่ได้และไม่รู้จักชื่อพยานจึงบอกให้ผู้เสียหายไปสืบหาตัว คำเบิกความของผู้เสียหายที่ว่าผู้เสียหายจำจำเลยได้จึงขัดต่อเหตุผล ผู้เสียหายเบิกความต่อไปว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายไปหานายบ๋อยคนบ้านเหม่าสอบถามว่ารถจักรยานยนต์คันสีแดงที่จำเลยขับขี่พาผู้เสียหายไปที่เกิดเหตุเป็นของใครนายบ๋อยแจ้งว่าเป็นของจำเลยและบอกชื่อจำเลยผู้เสียหายจึงไปแจ้งเรื่องให้เจ้าพนักงานตำรวจทราบ แต่โจทก์ไม่ได้นำตัวนายบ๋อยมาเบิกความสนับสนุนข้อเท็จจริงดังกล่าวคงมีแต่ผู้เสียหายปากเดียวเบิกความลอย

ๆ แต่จำเลยมีนายเดชา อารีย์เบิกความว่า เป็นคนบ้านอยู่ตำบลเดียวกับจำเลย มีชื่อเล่นว่าบ๋อย ในคืนเกิดเหตุเห็นผู้เสียหายกำลังเต้นกับเพื่อนผู้หญิงที่หน้าเวทีหมอลำ แต่ไม่ได้เห็นจำเลยในบริเวณงาน ส่วนที่ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องนั้น ได้ความจากคำเบิกความของผู้เสียหายตอบทนายจำเลยถามค้านว่า การชี้ตัวจำเลยผู้บังคับบัญชาของจำเลยนำจำเลยออกมาให้ผู้เสียหายชี้ตัวเพียงคนเดียว การที่ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยถูกต้องจึงไม่น่าเชื่อเพราะผู้เสียหายจำจำเลยได้ ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาจนชั้นศาล พยานหลักฐานโจทก์จึงมีเหตุสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้อง

Matter details

Panel of judges
มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Supreme Court Judgment No. 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

Supreme Court Judgment No. 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

Supreme Court Judgment No. 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

Supreme Court Judgment No. 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up