คำฟ้องและคำให้การ
เรื่อง ขับไล่ เรียกค่าเสียหาย
โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่า และขับไล่จำเลยกับบริวาร จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เช่า แต่ได้ซื้อตึกพิพาทซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์รวม ๒,๕๑๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย และให้ใช้ค่าเสียหาย เดือนละ ๒๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากห้องพิพาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท ให้จำเลยใช้ค่าเช่าที่ค้าง ค่าเสียหายในการต้องซ่อมห้องพิพาทให้คู่สภาพเดิม และค่าเช่าเดือนละ ๓๐ บาทจนถึงวันฟ้องรวม ๑,๖๖๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายคือค่าเช่าเดือนละ ๓๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกจากห้องพิพาท จำเลยฏีกา ศาลฏีกาพิจารณาแล้ว ที่จำเลยขอระบุใบเสร็จรับเงินค่ารับเหมาห้องเลขที่ต่าง ๆ เป็นพยานเพิ่มเติม ก็ปรากฏว่าศาลชั้นต้นไม่อนุญาต โดยเห็นว่าไม่เกี่ยวกับประเด็น การที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยคำพยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยโดยมิได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นวินิจฉัยอีกเป็นพิเศษ จึงต้องแปลว่าศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาเห็นชอบด้วยคำวินิจฉัยของศาลขั้นต้นในประเด็นข้อนี้แล้ว
เพราะเมื่อพยานหลักฐานของจำเลยที่เกี่ยวกับประเด็นโดยตรงไม่พอจะฟังหักล้างพยานหลักฐานที่จำเลยทำให้โจทก์ไว้แล้ว พยานเอกสารอันไม่เกี่ยวกับประเด็น ก็ย่อมไม่สามารถช่วยคดีจำเลยซึ่งไม่มีน้ำหนักอยู่แล้วให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอึกได้ เรื่องอายุความ เป็นปัญหาข้อกฏหมาย ซึ่งจำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในขั้นฎีกา ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามป.วิ.แพ่ง มาตรา ๒๔๙ วรรค ๑ ศาลฏีกาไม่รับวินิจฉัย
Result
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์.