คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือใบแสดงสัญชาติอันถูกต้องได้เข้ามาในพระราชอาณาจักษ์สยามโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง จำเลยแก้ต่อว่า จำเลยตั้งใจมาหาคนในเขตต์ปลิศ แต่ได้หลงทางเข้ามาในเขตต์สตูล
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบเพราะพ.ร.บ.คนเข้าเมืองไม่มีข้อบัญญัติไว้เป็นพิเศษ จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยเป็นคนต่างด้าวเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานดังนี้ย่อมเป็นข้อสันนิษฐานในเบื้องต้นว่า จำเลยได้เข้ามาโดยเจตนาซึ่งเป็นการฝ่าฝืนต่อพ.ร.บ.คนเข้าเมือง เว้นแต่จะมีเหตุให้เห็นเป็นอย่างอื่น เมื่อจำเลยไม่นำสืบจำเลยก็ต้องมีผิด
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ลงโทษปรับจำเลยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.๒๔๗๐ ม.๑๔ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๔ ม.๓-๖ แล พ.ศ.๒๔๗๖ ม.๓