Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1440/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเคยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่พิพาท ศาลพิพากษาในคดีนั้นว่าจำเลยฟ้องเกินกว่า 1 ปี นับแต่โจทก์ได้เข้าครอบครอบที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตนจึงขาดอายุความ โจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท หลังจากคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงกลับมาฟ้องจำเลยขอให้ขับไล่ออกจากที่พิพาท ดังนี้ ผลของคำพิพากษาในคดีเดิมซึ่งถึงที่สุดแล้วย่อมผูกพันจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก จำเลยจะอ้างว่า ได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาหาได้ไม่ เพราะขัดกับบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินแปลงหนึ่ง ทิศใต้ของที่ดินนี้จดที่ดินนางรัก เมื่อประมาณ ๗-๘ ปีมานี้ นางรักขายให้จำเลย ในการซื้อขายกันนี้ นางรักและจำเลยได้นำรังวัดเพื่อออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.๓) รุกล้ำที่ดินโจทก์ส่วนหนึ่ง อันเป็นที่พิพาทคดีนี้ โจทก์ได้โต้แย้งแล้ว แต่จำเลยนางรักและเจ้าพนักงานที่ดินไม่เชื่อฟัง คงดำเนินการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และโอนขายกันจนเสร็จการ แม้ว่าเจ้าพนักงานที่ดินจะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ จำเลยและนางรักก็ไม่เคยครอบครองที่พิพาทเลย โจทก์เป็นผู้ครอบครองโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา ได้หว่านเมล็ดพันธุ์ปอและข้าวฟ่างไว้ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ๒๕๑๕ จำเลยกับพวก

ได้ใช้รถไถที่พิพาทเป็นเนื้อที่ประมาณ ๙ ไร่ ราคาประมาณ ๙,๐๐๐ บาท แล้วร่วมกันบุกรุกเข้าไปยกร่องและปลูกข้าวโพด เมื่อเมล็ดปอและข้าวฟ่างที่โจทก์หว่านไว้งอกงามโตขึ้น จำเลยกับพวกก็ถากถางทำลายจนหมดสิ้น เป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย ขาดประโยชน์ในการทำไร่ปีละ ๔,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.๓) ของจำเลยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายและให้เพิกถอน ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง ให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งรื้อถอนต้นข้าวโพดออกไป และทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่ปี ๒๕๑๕ เป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยสำหรับค่าเสียหายปี ๒๕๑๕ เป็นต้นไป จนกว่าจะออกจากที่พิพาท ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยสำหรับค่าเสียหายปี ๒๕๑๕ นับแต่วันฟ้องและดอกเบี้ยสำหรับปีต่อไปทุกปี ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จนกว่าจะใช้เงินเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย ได้มาโดยซื้อจากนางรักโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน ครอบครองทำกินและเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นหลักฐาน โจทก์ไม่ได้ปลูกปอและข้าวฟ่าง จึงไม่เสียหายดังฟ้อง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะแม้โจทก์จะเข้าครอบครองที่พิพาท ก็เป็นการครอบครองแทนนายเรือน ขอให้ยกฟ้อง ในชั้นพิจารณา โจทก์จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยานบุคคล โดยโจทก์อ้างสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๔๔/๒๕๑๓ และคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๗/๒๕๑๕ จำเลยอ้างสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๒๘๐/๒๕๑๔ และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๗๘๔/๒๕๑๓ ขอให้ศาลวินิจฉัยตามฟ้อง คำให้การ คำแถลงรับของคู่ความในคดีนี้และตามพยานหลักฐานในสำนวนคดีที่อ้าง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนต้นข้าวโพดออกจากที่พิพาท และทำที่ดินให้อยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามเกี่ยวข้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปี ๒๕๑๕ เป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ และให้ใช้ค่าเสียหายต่อ ๆ ไป ปีละ ๒,๕๐๐ บาทจนกว่าจำเลยจะเลิกเกี่ยวข้องกับที่พิพาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๗/๒๕๑๕ นั้น ศาลพิพากษาเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๑๕ ว่าจำเลยในคดีนี้ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ในคดีนี้ ฟ้องเกินกว่า ๑ ปี นับแต่โจทก์ได้เข้าครอบครอบที่พิพาทโดยเจตนายึดถือเพื่อตนจึงขาดอายุความ โจทก์ในคดีนี้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท ผลของคำพิพากษาคดีแพ่งเรื่องนั้นซึ่งถึงที่สุดแล้ว จึงผูกพันจำเลยในคดีที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคแรก ที่จำเลยจะอ้างว่า ได้ครอบครองที่พิพาทตั้งแต่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๑๓ ตลอดมานั้น ย่อมขัดกับบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ประการหนึ่งและอีกประการหนึ่ง ยังแย้งกับคำแถลงของจำเลยเองที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๗/๒๕๑๕ ฉบับลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๑๕ ว่าโจทก์ในคดีนี้ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๑๓ เป็นต้นมา จนถึงวันแถลงโดยไม่ยินยอมออกจากที่พิพาทด้วย ข้ออ้างของจำเลยดังกล่าวจึงรับฟังไม่ได้ เมื่อปรากฏว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่พิพาท โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · สอน ไชยสุต · เพียร ศรีอรุณ
Lower court
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายประชุม ปิติสันต์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล วิบุลศิลป์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4984/2568

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นควรยกปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยแก้ฎีกาขึ้นวินิจฉัยเสียก่อนว่า ศาลฎีกาจะรับฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้แตกต่างไปจากคดีก่อนได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีก่อนโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีน…

Supreme Court Judgment No. 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

Supreme Court Judgment No. 8084/2567

คำวินิจฉัยของศาลล้มละลายกลางในคดีที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัท อ. ลูกหนี้ และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย ว่าหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีขาดอายุคว…

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up