Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1436/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองตกลงร่วมกันจะชดใช้เงินให้โจทก์โดยจำเลยที่1จะออกเช็คจำเลยที่2ลงชื่อเป็นผู้ค้ำประกันแล้วนำเช็คมาวางศาลเพื่อให้โจทก์ถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดกของป. โจทก์ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงแล้วส่วนจำเลยทั้งสองไม่นำเช็คมาวางศาลตามที่ตกลงกันเป็นข้อความแสดงสภาพแห่งข้อหาแล้วแม้โจทก์จะบรรยายฟ้องตอนหนึ่งว่าจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดทำให้โจทก์เสียหายก็ตามแต่เมื่อพิจารณาคำฟ้องรวมกันทั้งฉบับแล้วเห็นได้ว่าคำว่า"ละเมิด"ที่โจทก์กล่าวในฟ้องเป็นความเข้าใจของโจทก์เองว่าการที่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาเป็นการละเมิดอันเป็นการใช้ถ้อยคำผิดโจทก์แสดงอย่างแจ้งชัดว่าฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอาศัยเหตุสัญญาคำฟ้องของโจทก์มิได้ขัดแย้งกันอันจะทำให้เกิดสับสนว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาหรือละเมิดตามกฎหมายฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ศาลได้มีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของป. แล้วต่อมาจำเลยที่1ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดกป. เช่นกันเมื่อโจทก์ยื่นคำคัดค้านคำร้องของผู้ร้องจำเลยที่1ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกระบุว่าจำเลยที่1กับโจทก์ตกลงกันได้แล้วโดยจำเลยที่1ยอมจ่ายเงินให้โจทก์จำนวนหนึ่งเมื่อโจทก์ได้รับเงินแล้วโจทก์ไม่ติดใจเรียกหนี้สินหรือรับผิดหนี้สินจากกองมรดกหรือขอรับมรดกจากจำเลยที่1เมื่อโจทก์ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวจำเลยที่1จึงถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตายโดยโจทก์จะไปจัดการขอถอนคำสั่งศาลที่ตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายคำร้องดังกล่าวเป็นข้อเสนอของจำเลยที่1เมื่อศาลสอบโจทก์อันเป็นการปฏิบัติตามป.วิ.พ.มาตรา175(1)โจทก์ไม่คัดค้านการถอนคำฟ้อง(คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก)ของจำเลยที่1และโจทก์ลงชื่อไว้เท่ากับโจทก์สนองรับข้อเสนอของจำเลยที่1ข้อความในคำร้องนั้นจึงเป็นสัญญาที่ผูกพันโจทก์กับจำเลยที่1เมื่อสัญญาดังกล่าวตกลงระงับข้อพิพาทที่จะมีขึ้นให้เสร็จไปจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามป.พ.พ.มาตรา850.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยตกลงกันเป็นหนังสือต่อหน้าศาลในคดีหมายเลขแดงที่ 51/2525 ของศาลจังหวัดสิงห์บุรีให้โจทก์ไปถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายประจวบ พิมภู และไม่ขอรับมรดกในคดีหมายเลขแดงที่ 122/2524 ที่ศาลจังหวัดนครพนม แล้วจำเลยที่ 1ยอมใช้เงินให้โจทก์ 150,000 บาท ซึ่งจะชำระเป็นเช็คที่จำเลยที่ 2เป็นผู้สลักหลัง โดยจำเลยที่ 1 จะเอาเช็คมาวางไว้ที่ศาล โจทก์ถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกตามที่ตกลงแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมใช้เงินให้โจทก์และไม่เอาเช็คไปวางศาลทำให้โจทก์เสียหายและหมดสิทธิรับมรดกขอให้จำเลยเอาเช็คไปวางศาลตามสัญญาหรือให้จำเลยร่วมกันใช้เงินให้โจทก์ 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยและดอกเบี้ยก่อนฟ้อง 300 บาทจำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม

คำร้องของจำเลยที่ 1ที่ถอนคดีขอเป็นผู้จัดการมรดกไม่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นเพียงคำมั่นจะให้ทรัพย์สินไม่ทำให้ข้อพิพาทระงับไป จำเลยที่ 2ไม่ได้ลงชื่อในคำร้องไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้ดจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์150,300 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า คดีสำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาแรกมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ในปัญหาดังกล่าว

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม2525 จำเลยทั้งสองตกลงร่วมกันจะชดใช้เงินให้โจทก์เป็นเงิน150,000 บาท โดยจำเลยที่ 1 จะออกเช็คลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2525สั่งจ่ายเงินจำนวน 150,000 บาท จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ค้ำประกันและสลักหลังเช็คนั้นและจำนำเช็คนั้นมาวางศาลในวันที่11 มีนาคม 2525 เพื่อให้โจทก์ไปถอนตัวจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายประจวบ พิมภู ตามคำสั่งศาลจังหวัดนครพนมคดีหมายเลขแดงที่ 122/2524 ทั้งให้โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกร้องเอาหนี้สินและรับมรดกจากกองมรดกของนายประจวบ พิมภู ข้อตกลงดังกล่าวได้ทำเป็นหนังสือในคดีหมายเลขแดงที่ 51/2525 ของศาลจังหวัดสิงห์บุรี และบรรยายฟ้องต่อไปว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อตกลงดังกล่าวแล้วส่วนจำเลยทั้งสองไม่นำเช็คตามข้อตกลงมาวางศาลตามเวลาที่ตกลงกันทั้ง

ๆ ที่โจทก์ได้ทวงถามแล้วอันเป็นข้อความแสดงสภาพแห่งข้อหาส่วนที่โจทก์บรรยายฟ้องในข้อ 3 ต่อไปว่าพฤติการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นการกระทำละเมิดและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายนั้น เมื่อพิจารณาคำฟ้องรวมกันทั้งฉบับแล้วเห็นว่าคำว่า "ละเมิด"ที่โจทก์กล่าวนั้นเป็นความเข้าใจของโจทก์เองว่าการที่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้ต่อกันเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นการ"ละเมิด" อันเป็นความเข้าใจข้อกฎหมายผิด และข้อความบรรยายฟ้องต่อไปก็แสดงถึงผลความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาดังคำบรรยายฟ้องในข้อ 1 และ 2 อันเป็นหลักแห่งข้อหาที่โจทก์ต้องฟ้องจำเลย ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองปฏิบัติตามสัญญาหรือใช้เงินเท่าจำนวนตามสัญญาและค่าเสียหายที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นคำบรรยายฟ้องแสดงอย่างแจ้งชัดว่าฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอาศัยเหตุสัญญาที่ทำไว้ต่อกันมิได้ฟ้องในฐานะอื่น

การกระทำทั้งหลายของจำเลยทั้งสองตามคำบรรยายฟ้องมิได้ขัดแย้งกันอันจะทำให้เกิดสับสนว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาหรือละเมิดตามกฎหมาย เป็นเพียงโจทก์ใช้ถ้อยคำผิดตามความเข้าใจของโจทก์เองเท่านั้นเห็นว่า เป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นอันเป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไปมีว่าคำร้องของจำเลยที่ 1... ที่ยื่นต่อศาลจังหวัดสิงห์บุรีในคดีหมายเลขแดงที่ 51/2525 เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่...ฯลฯ.. คำร้องดังกล่าวมีความว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันได้แล้ว โดยจำเลยที่ 1 ยอมจ่ายเงินให้โจทก์ 150,000บาท

เมื่อโจทก์ได้รับเงินแล้วโจทก์ไม่ติดใจเรียกหนี้สินหรือรับผิดหนี้สินจากองมรดกหรือขอรับมรดกจากจำเลยที่ 1 แต่ประการใดเมื่อโจทก์ยอมรับข้อเสนอดังกล่าวของจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1จึงขอถอนคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย โดยโจทก์จะไปจัดการขอถอนคำสั่งศาลที่ตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่ศาลจังหวัดนครพนมและนำหลักฐานการขอถอนคำสั่งศาลมาแสดงต่อศาลจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อขอรับเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่าย โดยจำเลยที่ 1 จะนำเช็คมาวางศาลวันที่ 11 มีนาคม 2525 ซึ่งเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเงิน 150,000 บาท นี้ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน2525 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังค้ำประกันร่วมรับผิดด้วยแล้วจำเลยที่ 1 ลงชื่อในคำร้องนี้

เห็นว่า คำร้องดังกล่าวในเบื้องแรกเป็นข้อเสนอของจำเลยที่ 1 จริง แต่เมื่อโจทก์รับสำเนาคำร้องนี้แล้วและศาลสอบถามโจทก์อันเป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175(1) โจทก์ไม่คัดค้านการถอนฟ้องของจำเลยที่ 1 และลงชื่อไว้ ซึ่งข้อความในคำร้องก็มีว่าจำเลยที่ 1 และโจทก์ตกลงกันได้เท่ากับโจทก์สนองรับข้อเสนอของจำเลยที่ 1 แล้ว ข้อความในคำร้องนั้นจึงเป็นสัญญาที่ผูกพันโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัติตามสัญญานั้นและเห็นว่าสัญญานี้คู่สัญญาประสงค์ระงับข้อพิพาทในคดีหมายเลขแดงที่ 51/2525 ของศาลจังหวัดสิงห์บุรี ที่โจทก์ตั้งข้อพิพาทกับจำเลยที่ 1 ว่าไม่รับรองว่าจำเลยที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายโดยอ้างว่าโจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายและศาลจัหวัดนครพนมได้ตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแล้วและโจทก์ยังยอมผ่อนผันให้จำเลยที่ 1 โยสละสิทธิเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายรวมตลอดทั้งระงับข้อพิพาทที่จะมีขึ้นให้เสร็จไป

คือโจทก์จะไม่รับมรดกของผู้ตายและเรียกหนี้สินจากกองมรดกของผู้ตายด้วยสัญญาดังกล่าวจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 ซึ่งโจทก์จำเลยที่ 1 ลงชื่อในสัญญานั้นแล้ว และคู่ความรับกันต่อไปดังปรากฎตามรายงานพิจารณาฉบับลงวันที่ 24 ธันวาคม 2525ว่าโจทก์ได้ร้องถอนตนจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายประจวบ พิมภูผู้ตายแล้ว จำเลยที่ 1 ต้องปฏิบัติตามข้อสัญญาส่วนของตนคือออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 150,000 บาท ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2525มาวางศาล แต่จำเลยที่ 1 ไม่นำเช็คมาวางศาล โจตทก์ย่อมฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวได้...

Result

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์2,000 บาท".

Matter details

Panel of judges
ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · สมประสงค์ พานิชอัตรา
Source
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 624/2545

คำฟ้องของโจทก์บรรยายไว้โดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง แล้ว ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหรือหลง…

Supreme Court Judgment No. 7265/2544

ฟ้องโจทก์ได้บรรยายโดยแจ้งชัดว่าจำเลยตกลงเช่าตึกแถวพิพาทจากโจทก์มีการทำสัญญาเช่าและต่อสัญญาเช่าหลายครั้งต่อมาเมื่อสัญญาเช่าสิ้นสุดลง โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยเช่าต่อไป จึงให้ทนายความมีหนังสือบอกเลิกสัญ…

Supreme Court Judgment No. 246/2541

โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามบันทึกหรือหนังสือรับสภาพหนี้ที่จำเลยได้ทำให้ไว้แก่โจทก์ และสัญญาจำนองอันมีมูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงิน จำเลยรับว่าได้ทำสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาจำนอง และบันทึกรับสภาพหนี้ดัง…

Supreme Court Judgment No. 447/2540

หนังสือมอบอำนาจมีข้อความระบุว่า บริษัทโจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเป็นบริษัทของรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน อ.ผู้ลงนามในหนังสือมอบอำนาจได้รับแต…

Supreme Court Judgment No. 7051/2540

แม้ในสัญญาตกลงระงับข้อพิพาท ข้อ 1 ระบุว่า "...ผู้ให้สัญญา (จำเลย) ยินยอมให้ผู้รับสัญญา (โจทก์) ขนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดออกไปจากห้องเช่าให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2531 โดยผู้ให้สัญญาได้ให้ค่าตอบแ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up