คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ลักเครื่องรับวิทยุ ๑ เครื่อง ราคา ๒๕๐ บาท ของนายบัวทอง อั้งลี่ ไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาวิทยุ ๒๕๐ บาทแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้จำคุก ๓ เดือนใช้ราคาวิทยุ ๒๕๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ ส่วนวิทยุของกลางให้คืนจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยไม่มีเถยจิตเป็นโจร พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคืนผู้เสียหาย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่รับกันฟังได้ว่า จำเลยได้เอาเครื่องรับวิทยุของผู้เสียหายไปจริง คดีมีปัญหาแต่เพียงว่า จำเลยเอาเครื่องรับวิทยุของผู้เสียหายไปโดยมีเจตนาทุจริตหรือไม่ ข้อนี้ผู้เสียหายเองก็เบิกความว่า เข้าใจว่าจำเลยเอาวิทยุของผู้เสียหายไปเพราะโกรธผู้เสียหายที่ตบจำเลยและร้อยตำรวจโทสถิตย์ผู้จับจำเลยเบิกความว่า จำเลยบอกว่าโกรธผู้เสียหายที่พาภริยาจำเลยไปไว้ที่บ้านผู้เสียหาย จำเลยจึงเอาวิทยุไปทุบเสีย ประกอบกับข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวข้างต้น จึงน่าเชื่อว่า เมื่อจำเลยมาตามนางแท้ครั้งหลังไม่พบนางแท้และผู้เสียหาย จำเลยโกรธว่า เมื่อมาตามครั้งแรกผู้เสียหายก็ตบจำเลย และผู้เสียหายก็รับปากไว้ว่าจะพานางแท้ไปส่งที่บ้านจำเลย แต่ก็ไม่พาไปส่ง
จำเลยจึงเข้าไปหยิบเอาเครื่องรับวิทยุไป โดยบอกแก่ภริยาผู้เสียหายว่า ถ้าจะเอาคืน ก็ให้พานางแท้ไปเอาคืนที่บ้าน จำเลยเอาเครื่องรับวิทยุไปเปิดฟัง พอได้ยินเพลงที่ทำให้ความโกรธพลุ่งขึ้นอีก จำเลยจึงทุ่มและกระทืบเครื่องรับวิทยุเสีย ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยมิได้มีเจตนาทุจริตลักเอาเครื่องรับวิทยุนั้น หากแต่เอาไปเพราะความโกรธ และจะคืนให้เมื่อผู้เสียหายพานางแท้ไปส่งให้จำเลย แต่ภายหลังเมื่อได้ยินเพลงที่ทำให้ความโกรธพลุ่งขึ้นอีก จำเลยจึงทำลายเครื่องรับวิทยุเสีย การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน