คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2530 เวลากลางวัน จำเลยกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 8747/2530 ของศาลชั้นต้นได้สมัครใจกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นซึ่งกันและกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393 ปรับ 800 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องจะเป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 หรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้านั้นกฎหมายประสงค์จะลงโทษผู้ที่ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าแต่ฝ่ายเดียวโดยที่ผู้ถูกดูหมิ่นนั้นมิได้กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นโต้ตอบด้วย
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่8747/2530 ของศาลชั้นต้นต่างสมัครใจกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นซึ่งกันและกันจึงเป็นเรื่องที่ต่างฝ่ายต่างด่าโต้ตอบกัน การกระทำของจำเลยย่อมไม่เป็นความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้าตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 393จะนำหลักวินิจฉัยในกรณีที่ต่างทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันมาปรับแก่คดีนี้ดังที่โจทก์ฎีกาหาได้ไม่..."
Result
พิพากษายืน.