Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 142/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เจ้าพนักงานตำรวจพบเฮโรอีนซึ่งอยู่ในถุงพลาสติก4ใบอยู่ในตะกร้าซึ่งวางไว้บนแคร่ไม้ใกล้จำเลยและยังพบเฮโรอีน9หลอดกับอีก1ถึงที่บริเวณร่องน้ำนอกบ้านห่างจากบ้านจำเลยประมาณ170เมตรพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้อย่างแน่แท้ว่าเฮโรอีน9หลอดและอีก1ถุงนั้นเป็นของจำเลยคงฟังได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนในถุง4ใบซึ่งวางอยู่ในตะกร้าใกล้ตัวจำเลยไว้ในครอบครองเท่านั้น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 67, 75, 76, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และริบถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุเฮโรอีนจำนวน 4 ใบ ของกลางจำเลยให้การปฎิเสธข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายรับสารภาพข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง มาตรา 66 วรรคหนึ่งมาตรา 75 วรรคหนึ่ง และมาตรา 76 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลงโทษจำคุก 4 ปี ข้อหาจำหน่ายกัญชาโดยมิได้รับอนุญาตลงโทษจำคุก 4 ปี รวมให้ลงโทษจำคุก 8 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เป็นให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี รวมให้ลงโทษจำคุก 14 ปีริบถุงพลาสติกที่ใช้บรรจุเฮโรอีน จำนวน 4 ใบ ของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชา ส่วนข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้จำคุก 2 ปี และฐานจำหน่ายกัญชาให้จำคุก 2 ปีรวม 4 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 2 ปี ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้จำคุก8 ปี รวมจำคุกจำเลย 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะข้อหามีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายกัญชาตามฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจพบถุงพลาสติก 8 ใบ อยู่ในตะกร้าซึ่งวางไว้บนแคร่ไม่ใกล้จำเลยปรากฏว่าพบเฮโรอีนอยู่ในถึงจำนวน 4 ใบ น้ำหนัก .05 กรัม และที่บริเวณร่องน้ำนอกบ้านจำเลยยังพบเฮโรอีน 9 หลอด น้ำหนัก 7.35 กรัมกับเฮโรอีนอีก 1 ถุงน้ำหนัก .09 กรัม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า จำเลยมีเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์ก็มีพันตำรวจโทจตุพล สมรอบรู้สิบตำรวจตรีสายชล ศรีสุขภู่ และสิบตำรวจเอกมนตรี อินไทยเจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยมาเบิกความต้องกันว่าพยานทั้งสามเป็นผู้นำพนักงานสอบสวนตรวจสถานที่เกิดเหตุตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุเอกสารหมาย

จ.5 ซึ่งจุดที่พบเฮโรอีนห่างจากบ้านจำเลยประมาณ 170 เมตร ห่างจากบ้านนายอำนาจประมาณ 80 เมตร และห่างจากบ้านนายโอกาส 40 เมตร ตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.10 จำเลยให้การว่า นายอำนาจและนายโอกาสเป็นบุตรของจำเลยพันตำรวจโทจตุพลตอบทนายจำเลยถามค้านว่า พยานให้สายลับไปล่อซื้อกัญชาอย่างเดียว ไม่ได้ให้ไปล่อซื้อเฮโรอีนด้วย และสิบตำรวจเอกมนตรีเบิกความว่า จากการสืบสวนทราบว่าจำเลยค้าขายกัญชาและเฮโรอีนมานานแล้ว และบุตรของจำเลยเกือบทุกคนก็ขายยาเสพติดให้โทษเช่นกัน พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้อย่างแน่แท้ว่าเฮโรอีน 9 หลอด และอีก1 ถุง นั้นเป็นของจำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายคงฟังได้ว่าจำเลยมีเฮโรอีนในถุง 4 ใบ ซึ่งวางอยู่ในตะกร้าใกล้ตัวจำเลยน้ำหนัก .05 กรัมไว้ในครอบครอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นด้วยบางส่วน ฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วน"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง มาตรา 67 มาตรา 26 วรรคหนึ่งและมาตรา 75 วรรคหนึ่ง และมาตรา 76 วรรคสอง ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองให้จำคุก 1 ปี เรียงกระทงลงโทษกับฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายกัญชาซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 2ลงโทษจำคุก 2 ปี รวมจำคุกจำเลยมีกำหนด 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

Matter details

Panel of judges
เสริม บุญทรงสันติกุล · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Supreme Court Judgment No. 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

Supreme Court Judgment No. 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

Supreme Court Judgment No. 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

Supreme Court Judgment No. 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up