Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1403/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์และ จ. ยื่นคำร้องต่อจำเลยซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ขอทำนิติกรรมซื้อขายที่ดิน ดังนี้ เมื่อพฤติการณ์ที่จำเลยทราบมาโดยการสืบสวนและสอบสวนทำให้จำเลยเห็นว่ามีกรณีควรเชื่อได้ว่าโจทก์จะซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว ก็ย่อมเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะดำเนินการต่อไปเพื่อขอคำสั่งรัฐมนตรีตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 74 วรรค 2 และเมื่อได้ความว่าจำเลยกำลังดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐานเพื่อเสนอรัฐมนตรีอยู่ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าวจึงย่อมไม่อาจบังคับจำเลยให้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับได้ศาลย่อมพิพากษายกฟ้อง

Provisions the court ruled on

ป.ที่ดิน Section 71 ป.ที่ดิน Section 74 ป.ที่ดิน Section 86 ป.ที่ดิน Section 78

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนางเจริญยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ขอทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินโดยนางเจริญขายให้โจทก์ จำเลยที่ 2 รับเรื่องไว้ต่อมาจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ 2 มีหนังสือแจ้งต่อโจทก์ว่าไม่สามารถทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินดังกล่าวให้ได้ เพราะโจทก์เป็นภรรยาคนต่างด้าวซึ่งไม่เป็นความจริง ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าโจทก์มีสิทธิถือกรรมสิทธิ์ที่ดินได้ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับจดทะเบียนรับซื้อที่ดินระหว่างนางเจริญกับโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า มีหลักฐานน่าเชื่อว่าโจทก์มีสามีเป็นคนต่างด้าวอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา โจทก์รับโอนที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว หลีกเลี่ยงกฎหมายจำเลยจดทะเบียนให้ไม่ได้ กรณีเป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะพิจารณาสั่งการต่อไป ซึ่งจำเลยดำเนินการอยู่แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีสามีเป็นคนต่างด้าว ไม่แน่นอนว่าโจทก์ซื้อที่ดิน มิใช่เพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว กรณีเช่นนี้จำเลยจำต้องสอบสวนคู่กรณีตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 74 วรรคแรก แต่จำเลยทั้งสองไม่กระทำ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องบังคับได้ พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสองทำการสอบสวนในเรื่องที่เกี่ยวกับโจทก์จะซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าวหรือไม่และดำเนินการต่อไปตามประมวลกฎหมายที่ดินโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับจดทะเบียนซื้อขายที่ดินซึ่งโจทก์รับซื้อจากนางเจริญ คนตรงนั้น เห็นว่าการรับจดทะเบียนซื้อขายที่ดินดังกล่าวมีข้อที่ต้องวินิจฉัยก่อนว่า

ได้มีกรณีที่จำเลยทั้งสองควรเชื่อได้ว่า โจทก์จะซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าวอันจะเป็นเหตุขัดข้องที่จำเลยยังรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้ไม่ได้หรือไม่ ปรากฏว่าเดิมจำเลยเคยรับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการรับซื้อฝากที่ดินให้โจทก์มาแล้ว โดยโจทก์ระบุในคำขอให้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมว่าเป็นหญิงหม้าย ต่อมามีบัตรสนเทห์กล่าวหาว่าโจทก์เป็นภรรยาของคนต่างด้าวอยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยา ประกอบกับที่จำเลยที่ 2 ได้ทราบมาเอง เมื่อโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซื้อที่ดินจากนางเจริญ คนตรง รายนี้ จำเลยที่ 2 จึงบันทึกเสนอต่อจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนสิทธิและนิตกรรมให้ทราบดังกล่าว

จำเลยที่ 1 จึงสั่งให้ปลัดอำเภอสืบสวนและจำเลยที่ 1 สอบสวนแล้วได้ความว่าโจทก์อยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยากับคนต่างด้าว มีบุตรด้วยกัน ยังไม่ได้เลิกร้างกันจำเลยที่ 1 จึงแจ้งเหตุขัดข้อง รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมให้โจทก์ไม่ได้ตามเอกสารหมาย จ.64 ระบุว่าเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 74 วรรคสอง ด้วย ซึ่งข้อความในมาตรา 74 วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้ามีกรณีเป็นที่ควรเชื่อได้ว่าการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้นจะเป็นการหลีกเลี่ยงตามกฎหมาย หรือเป็นที่ควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดจะซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าวให้ขอคำสั่งต่อรัฐมนตรี คำสั่งรัฐมนตรีเป็นที่สุด" พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ทราบมา โดยการสืบสวนและสอบสวนเป็นทางราชการดังกล่าวน่าเชื่อว่า

จำเลยทั้งสองเห็นว่า มีกรณีที่ควรเชื่อได้ว่าโจทก์จะซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะดำเนินการต่อไปเพื่อขอคำสั่งต่อรัฐมนตรี ซึ่งจำเลยก็นำสืบฟังได้ว่ากำลังดำเนินการสอบสวนพยานหลักฐานที่เกียวข้องเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีอยู่ กรณีตามคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 74 แล้ว จึงยังไม่อาจบังคับจำเลยทั้งสองให้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามฟ้องได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นภรรยาคนต่างด้าว และไม่ได้อยู่ร่วมกับคนต่างด้าวตามที่โจทก์ฎีกามา ฎีกาโจทก์จึงเป็นอันตกไปส่วนฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับให้จำเลยทั้งสองดำเนินการสอบสวนในเรื่องที่โจทก์จะซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าวหรือไม่แล้วดำเนินการต่อไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นการเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง และฎีกาข้ออื่นที่ขอให้บังคับคดีตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อผลแห่งคดีจำเลยชนะแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นที่จำเลยฎีกาอีกพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
สุมิตร ฟักทองพรรณ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ชุบ วีระเวคิน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1398/2510

เจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมจดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามคำสั่งศาลเพราะเห็นว่าไม่อาจทำได้ตามกฎหมาย มิใช่เพราะมีสาเหตุโกรธเคืองกับโจทก์มาก่อน ยังไม่พอจะถือว่าเจ้าพนักงานที่ดินนั้นจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำ…

Supreme Court Judgment No. 3857/2565

โจทก์ซึ่งอยู่กินฉันสามีภริยากับจำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์พิพาท โดยให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อถือกรรมสิทธิ์แทน แม้โจทก์เป็นคนต่างด้าว แต่ ป.ที่ดิน มิได้ห้ามคนต่างด้าวถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยเด็…

Supreme Court Judgment No. 1180/2563

คดีนี้กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5172/2547 ของศาลแขวงสมุทรปราการซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยกล่าวหาว่าการกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดกที่ดินพิพาท มีประเด็นเป็นเรื่องเดียวกัน คือ ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตา…

Supreme Court Judgment No. 2744/2562

ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 86 บัญญัติว่า "คนต่างด้าวจะได้มาซึ่งที่ดินก็โดยอาศัยบทสนธิสัญญาซึ่งบัญญัติให้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ได้ และอยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ด้วย ภายใต้บังคับมาตรา 84 คน…

Supreme Court Judgment No. 5449/2560

ตามสัญญาข้อตกลงการซื้อทรัพย์สินเป็นกรณีที่โจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้จำเลยตั้งบริษัทจำกัดที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยถือครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ลักษณะเป็นก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up