คำฟ้องและคำให้การ
คดีสู่ศาลฎีกาฉะเพาะจำเลยที่ ๒ ซึ่งได้ความว่าจำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาซื้อไม้ยางจากจำเลยที่ ๑ เพื่อใช้ในการปลูกห้องแถวของจำเลยที่ ๒ เอง โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานแปรรูปไม้ และมีไม้ยางแปรรูปไว้โดยมิได้รับอนุญาต
จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าไม้ของกลางเป็นไม้ของจำเลยที่ ๒ โดยชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยที่ ๒ ฐานมีไม้ยางแปรรูปไว้โดยมิได้รับอนุญาต ปรับจำเลย ๑๐๐ บาท ริบไม้ยางของกลาง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง ปล่อยจำเลยที่ ๒ คืนไม้ยางของกลางให้จำเลยที่ ๒
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ได้รับความยกเว้นโทษตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ ๒๔๘๔ มาตรา ๕๐(๔) ดังศาลอุทธรณ์ชี้ขาดมา ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้ริบไม้ยางของกลาง เมื่อจำเลยที่ ๒ มิได้มีไม้ยางของกลางไว้เนื่องจากการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้แล้ว ก็ริบไม่ได้ ข้อที่โจทก์ขอให้วินิจฉัยคำถามติงของทนายจำเลยนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นคำถามที่เกิดจากการถามค้าน แม้ข้อความที่ตอบคำถามค้านไว้ชัดเจนแล้วก็ดี จำเลยก็ถามติงได้
Result
พิพากษายืน