Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1397/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทำคำเสนอให้โจทก์ลาออกโดยยอมจ่ายเงินเพื่อตอบแทนการลาออก ซึ่งโจทก์มีคำสนองรับคำเสนอของจำเลยโดยการลาออก จึงเกิดสัญญาขึ้นระหว่างจำเลยกับโจทก์และมีผลตามกฎหมายแล้วนับแต่วันที่โจทก์ยื่นหนังสือขอลาออกการที่ภายหลังจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง กระทำทุจริตต่อหน้าที่และกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง ก็หามีผลตามกฎหมายไม่เพราะขณะนั้นโจทก์และจำเลยมิได้มีความสัมพันธ์กันในฐานะนายจ้างและลูกจ้าง ทั้งมิใช่เหตุตามข้อสัญญาหรือบทบัญญัติของกฎหมายที่จะบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 จำเลยจึงไม่อาจยกเหตุดังกล่าวมาเพื่อบอกเลิกสัญญาที่ทำกับโจทก์ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเทคนิค โจทก์จำเลยได้ตกลงกันเลิกสัญญาจ้างแรงงานโดยจำเลยให้โจทก์ลงลายมือชื่อในใบลาออกให้มีผลเป็นการลาออกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2542 และจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คลงวันที่ 1กันยายน 2542 จำนวน 549,022.29 บาท เพื่อจ่ายเป็นสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่านายหน้าแก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 2 กันยายน 2542 โจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คโดยอ้างว่ามีการระงับการจ่ายเงินขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า

โจทก์เคยเป็นลูกจ้างของจำเลยในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายเทคนิคเมื่อประมาณปลายเดือนสิงหาคม 2542 จำเลยได้พิจารณาเห็นว่าการทำงานของโจทก์ไม่เป็นที่น่าพอใจ หากยังคงทำงานกับจำเลยอีกต่อไป จำเลยจะได้รับความเสียหาย จึงได้เสนอให้โจทก์ลาออก โดยจำเลยยินยอมจ่ายเงินต่าง ๆ ตามฟ้องแก่โจทก์และได้ชำระเป็นเช็คฉบับลงวันที่ 1 กันยายน 2542 แก่โจทก์จริงและโจทก์ได้ยินยอมลาออกโดยมีผลเป็นการลาออกในวันที่ 1กันยายน 2542 ต่อมาหลังจากโจทก์ยื่นใบลาออกแล้ว แต่การลาออกยังไม่มีผล จำเลยได้ตรวจสอบข้อมูลการใช้คอมพิวเตอร์ของโจทก์ในระหว่างเป็นพนักงานของจำเลย ปรากฏว่าโจทก์ได้ส่งข้อมูลที่สำคัญและเป็นความลับของจำเลยไปให้คู่แข่งทางการค้าของจำเลยหลายราย

ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และจำเลยยังตรวจพบอีกว่าโจทก์ได้ร่วมกับบุคคลอื่นประกอบกิจการหรือทำงานอื่นในระหว่างเป็นพนักงานของจำเลย ซึ่งงานดังกล่าวเป็นงานที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับจำเลย จึงเป็นการทุจริตต่อหน้าที่และเป็นการกระทำความผิดทางอาญาโดยเจตนาแก่จำเลย เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยในกรณีร้ายแรงและเป็นการผิดสัญญาจ้างในสาระสำคัญด้วย จำเลยจึงได้เลิกจ้างโจทก์ในวันที่ 31 สิงหาคม 2542 ก่อนการลาออกของโจทก์มีผลจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ให้แก่โจทก์จึงไม่มีความผูกพันใด ๆ ที่จะต้องชำระเงินตามเช็คดังกล่าว

จำเลยจึงมีคำสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็คและโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่านายหน้าจากจำเลย เนื่องจากโจทก์ยังค้างชำระเงินทดรองค่าใช้จ่ายที่โจทก์ต้องคืนแก่จำเลยจำนวน 4,200 บาท ซึ่งเมื่อหักกลบลบหนี้กันแล้ว โจทก์ยังมีหนี้ที่ต้องชำระต่อจำเลยอยู่ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นผู้จัดการฝ่ายเทคนิคได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 72,000 บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 26 ของเดือน จำเลยไม่พอใจผลการทำงานของโจทก์และเห็นว่าหากโจทก์ยังคงทำงานกับจำเลยต่อไป จำเลยจะได้รับความเสียหาย ดังนั้น เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2542 จำเลยได้เสนอให้โจทก์ลาออกโดยยอมจ่ายค่าชดเชย

สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี และค่าเปอร์เซ็นต์การขายรวม 688,658.52 บาท หักภาษี ณ ที่จ่ายแล้วคงเหลือ 549,022.29 บาท ให้แก่โจทก์ โจทก์ตกลงตามข้อเสนอของจำเลย จึงได้ลงลายมือชื่อในหนังสือลาออกโดยให้มีผลเป็นการลาออกในวันที่ 1 กันยายน 2542 และใบรับเงินและปลดเปลื้อง จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คลงวันที่ 1 กันยายน 2542จำนวนเงิน 549,022.29 บาท มอบให้แก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 31สิงหาคม 2542 จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์อ้างว่า โจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง กระทำทุจริตต่อหน้าที่กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง และมีคำสั่งให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็ค โจทก์นำเช็คไปเรียกเก็บเงินเมื่อวันที่ 2กันยายน 2542 ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า นิติกรรมสัญญาระหว่างโจทก์และจำเลยในเรื่องลาออกและจ่ายเงินตอบแทนการลาออกมีผลสมบูรณ์ผูกพันโจทก์และจำเลยแล้วตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2542จำเลยจึงต้องจ่ายเงินตามสัญญาให้แก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินจำนวน 549,022.29 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 10 กันยายน 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม2542 จำเลยทำคำเสนอให้โจทก์ลาออกโดยยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์เพื่อตอบแทนการลาออก ซึ่งโจทก์มีคำสนองรับคำเสนอของจำเลยโดยการลาออกจึงเกิดสัญญาขึ้นระหว่างจำเลยกับโจทก์ในวันดังกล่าวเช่นนี้ ถือว่าการแสดงเจตนาลาออกจากงานของโจทก์มีผลตามกฎหมายแล้วนับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2542 อันเป็นวันที่โจทก์ยื่นหนังสือขอลาออก

แม้ต่อมาในวันที่ 31 สิงหาคม 2542 จำเลยจะยกเรื่องที่อ้างว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรงกระทำทุจริตต่อหน้าที่และกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างมาเลิกจ้างโจทก์ ก็หามีผลตามกฎหมายไม่ เพราะขณะนั้นโจทก์และจำเลยมิได้มีความสัมพันธ์กันในฐานะนายจ้างและลูกจ้าง อีกทั้งเหตุดังกล่าวก็มิใช่เหตุตามข้อสัญญาหรือบทบัญญัติของกฎหมายที่จะบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 386 จำเลยจึงไม่อาจยกเหตุดังกล่าวข้างต้นมาเพื่อบอกเลิกสัญญาที่จำเลยทำกับโจทก์ได้ จำเลยมีความผูกพันต้องชำระหนี้ตามสัญญาให้แก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · หัสดี ไกรทองสุก
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2364/2545

ศาลแรงงานกลางเห็นว่าข้อเท็จจริงตามคำแถลงรับของคู่ความพอวินิจฉัยคดีได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย แต่โจทก์อุทธรณ์ว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัยคดี ศาลแรงงานกลางต้องสั่งให้สืบพยานโจ…

Supreme Court Judgment No. 51/2545

สัญญาจ้างแรงงานระหว่างโจทก์จำเลยไม่ได้กำหนดระยะเวลาจ้างไว้ โจทก์และจำเลยจึงมีสิทธิเลิกสัญญาได้ด้วยการบอกกล่าวให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญั…

Supreme Court Judgment No. 3156/2532

การที่ นายจ้าง เลิกจ้างลูกจ้าง เป็นเรื่องที่ นายจ้าง ใช้สิทธิเลิกสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายบังคับว่าจะต้องระบุเหตุแห่งการเลิกจ้างนั้นด้วย เมื่อลูกจ้างนำคดีมาฟ้อง นายจ้างก็มีสิทธิที่จะ…

Supreme Court Judgment No. 2631/2531

จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์เพื่อทำการสอบสวนโจทก์เรื่องกระทำผิดอาญาต่อจำเลย แม้จำเลยมิได้จ่ายค่าจ้างในระหว่างพักงานแก่โจทก์ สภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยก็ยังมีอยู่จนกว่าจำเลยจะมีคำสั่งเลิกจ้าง ต่อมาเมื่อจ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2568 (ref. 716685)

ข้อตกลงระหว่างโจทก์ทั้งห้ากับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 มีลักษณะเป็นการจ้างโจทก์ทั้งห้าให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม มีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เพื่อให้ความช่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up