คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นผู้เช่านานางสุภาพได้รุกเข้ามาทำนาในที่ดินตามเขตโฉนดของโจทก์เป็นรูปขายธงเป็นเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ 20 งาน โจทก์เสียหายคิดค่าเสียหาย 1,500 บาท ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องและให้ใช้ค่าเสียหายจำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยได้ครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของมากกว่า 10 ปีโจทก์ไม่เคยครอบครองศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่พิพาทเดิมอยู่ในโฉนดของนางสุภาพ ๆ ยอมยกให้แก่โจทก์มิได้จดทะเบียนโอนให้ โจทก์ก็รับว่าจำเลยครอบครองอยู่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่าที่ดินของโจทก์กับนางสุภาพมีเขตติดต่อกันทั้งสองฝ่ายไม่รู้เขตที่ของตน ตามคำนายทวีศักดิ์ผู้แทนนางสุภาพว่าที่พิพาทอยู่นอกเขตโฉนดนางสุภาพ ได้ความจากนายพุ่มพยานโจทก์ว่าที่พิพาทมิได้อยู่ในโฉนดของนางสุภาพ ๆ จึงต้องคืนโจทก์ไป ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเช่านานางสุภาพทำเต็มทั้งแปลงมาประชิดติดกับที่นาของโจทก์ จำเลยจึงครอบครองทำนาอยู่ในที่พิพาทนี้ด้วยโดยต่างเข้าใจผิดว่าตรงที่พิพาทนี้เป็นเขตที่อยู่ในโฉนดของนางสุภาพเห็นว่าจำเลยทำนาตรงที่พิพาทโดยอาศัยอำนาจจากนางสุภาพโดยการเช่า เป็นเพียงผู้ครอบครองแทนนางสุภาพ
เมื่อนางสุภาพยอมคืนเขตที่พิพาทกลับให้โจทก์แล้วจำเลยไม่มีสิทธิและหน้าที่อย่างใดที่จะมาขัดขวางการครอบครองที่ดินในโฉนดของผู้อื่น เมื่อผู้ครอบครองคืนที่ให้เจ้าของโฉนดหรือสละละทิ้งที่นั้น เจ้าของโฉนดในที่ตรงนั้นย่อมเข้าครอบครองถืออำนาจเป็นเจ้าของได้ต่อไปโดยไม่ต้องเปลี่ยนแก้ทางทะเบียนประการใด ส่วนค่าเสียหายเห็นควรให้ปีละ 1,000 บาทพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินโฉนดที่ 236 ตำบลแพรกษา อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ฯลฯ