Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1370/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์และจำเลยที่ 2 ต่างเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของช. โดยสมรสกันก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5และไม่ได้หย่าร้างกัน ช. คงอยู่ร่วมบ้านกับจำเลยที่ 2 มิได้อยู่ กับโจทก์ ช. ได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรม โดยโจทก์มิได้ให้ความยินยอมคงได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 โดยขณะที่ ช. ได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 ซึ่งใช้บังคับ อยู่ ขณะจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมบัญญัติว่า 'ผู้ที่จะรับ บุตรบุญธรรม ... ฯลฯ .... ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้รับความยินยอม ของคู่สมรสนั้นก่อน เว้นแต่คู่สมรสนั้นวิกลจริตหรือสูญหายไป ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี' เห็นได้ว่ากฎหมายประสงค์จะคุ้มครองสิทธิ ของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเมื่อโจทก์เป็นภริยาคนหนึ่งของ ช. การที่ ช.รับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมจึงจำต้องได้รับความ ยินยอมจากโจทก์ด้วย จะได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 เพียงผู้เดียวไม่ได้ แม้โจทก์จะมิได้อยู่ร่วมบ้านกับ ช. โจทก์ก็ไม่ใช่บุคคลวิกลจริตหรือสูญหาย ไม่เป็นเหตุให้ ช.รับจำเลยที่ 1 ได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ การจดทะเบียนรับ บุตรบุญธรรมของ ช. ดังกล่าวจึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2524)

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 Section 4 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 Section 1145 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 Section 1149 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 Section 1488 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 Section 1584

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 2 ต่างเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของขุนชำนิบรรณการ โดยทำการสมรสก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2478 ขุนชำนิบรรณการถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2521 ระหว่างมีชีวิตอยู่เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2518 ขุนชำนิบรรณการได้จดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรม โดยได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 แต่มิได้รับความยินยอมจากโจทก์ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 ตกเป็นโมฆะ ขอให้เพิกถอนทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมของขุนชำนิบรรณการซึ่งรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์กับขุนชำนิบรรณการเป็นสามีภรรยากันจริงแต่มิได้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาโดยแยกกันอยู่และขาดการติดต่อกันตั้งแต่ปี

พ.ศ. 2489 จนกระทั่งขุนชำนิบรรณการถึงแก่กรรม จำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวที่อยู่กินกับขุนชำนิบรรณการตลอดมาการที่ขุนชำนิบรรณการจดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรม ไม่ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ขณะที่ขุนชำนิบรรณการจดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรม โจทก์กับจำเลยที่ 2 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของขุนชำนิบรรณการ จำเลยที่ 2 ในฐานะคู่สมรสเพียงคนเดียวให้ความยินยอมในการรับบุตรบุญธรรมเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584 แล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่แล้วเห็นว่า โจทก์และจำเลยที่ 2 ต่างเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของขุนชำนิบรรณการ โดยสมรสกันก่อนวันใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 และไม่ได้หย่าร้างกัน

ขณะที่ขุนชำนิบรรณการรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ก่อนตรวจชำระใหม่ ได้บัญญัติเรื่องการรับบุตรบุญธรรมไว้ในมาตรา 1584 ว่า "ผู้ที่จะรับบุตรบุญธรรม ฯลฯ ถ้ามีคู่สมรสอยู่ต้องได้ความรับยินยอมของคู่สมรสนั้นก่อนเว้นแต่คู่สมรสนั้นวิกลจริตหรือสูญหายไป ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี" แม้การรับบุตรบุญธรรมจะเป็นเรื่องความสมัครใจของคู่สมรสแต่ละฝ่าย ฝ่ายใดรับบุตรบุญธรรมก็เกิดความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสฝ่ายนั้นกับบุตรบุญธรรมโดยเฉพาะแต่กฎหมายก็ประสงค์จะคุ้มครองสิทธิของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งด้วย เมื่อโจทก์เป็นภริยาคนหนึ่งของขุนชำนิบรรณการการที่ขุนชำนิบรรณการรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมจึงจำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ด้วย

จะได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 แต่เพียงผู้เดียวหาได้ไม่ ถึงแม้โจทก์จะมิได้อยู่ร่วมบ้านกับขุนชำนิบรรณการ โจทก์ก็มิใช่บุคคลวิกลจริตหรือสูญหายไปย่อมไม่เป็นเหตุให้ ขุนชำนิบรรณการรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมได้โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ ดังนี้ การที่ขุนชำนิบรรณการจดทะเบียนรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรม โดยมิได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นคู่สมรสด้วย จึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้เพิกถอนทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมของขุนชำนิบรรณการซึ่งรับจำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรม

Matter details

Panel of judges
ศักดิ์ สนองชาติ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1083/2540

โจทก์และ ช.ซึ่งสมรสกันก่อนปี 2476 ต่างตกลงยินยอมให้แต่ละฝ่ายทำพินัยกรรมยกที่ดินสินสมรสส่วนของตนให้บุคคลอื่น ในการทำพินัยกรรมที่เกี่ยวกับสินสมรสระหว่างโจทก์และ ช.นี้ ต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ.มา…

Supreme Court Judgment No. 1163/2539

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า ป. และ น. อยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่ปี 2470 และต่อมาปี 2520 จึงได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยที่ 2 มิได้ให้การปฏิเสธในข้อนี้ ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวป. และ น. เป็นสามีภริยากัน…

Supreme Court Judgment No. 2414/2538

ห. กับ จ.เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายตามกฎหมายลักษณะผัวเมียโดยต่างมีสินเดิมมาด้วยกันบุคคลทั้งสองได้ทรัพย์พิพาทมาในระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรสแม้ ห. ถึงแก่ความตายในปี2532เมื่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิช…

Supreme Court Judgment No. 6575/2537

จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันโดยอ้างเหตุว่าโจทก์จงใจทิ้งร้างจำเลยเกินกว่าหนึ่งปี โจทก์แถลงรับว่าโจทก์มีเจตนาทิ้งร้างจำเลยตามฟ้องแย้งและศาลชั้นต้นได้จดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา ทนายจำเลยลงชื…

Supreme Court Judgment No. 4433/2536

การที่ ง.จัดการสินสมรสโดยยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสี่โดยเสน่หาและมิใช่การให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ง.ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1473 (เดิม) เมื่อไม่ได้รับความยินยอม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up