Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1342/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยซึ่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลได้ทราบจากผู้ตรวจสอบบัญชีของเทศบาลนั้นว่าเงินของเทศบาลซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของโจทก์ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีนั้นขาดบัญชีไปเป็นจำนวนมากและพฤติการณ์ของโจทก์มีทางให้จำเลยเข้าใจได้เป็นอย่างมากว่าโจทก์น่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย จำเลยจึงแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไปว่า จำเลยเชื่อมั่นว่าโจทก์กับสมุห์บัญชีเทศบาลนั้นร่วมกันยักยอกหรือเบียดบังเงินของเทศบาลนั้นเอาไปใช้เป็นผลประโยชน์ส่วนตัว การที่จำเลยแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเช่นนั้นเป็นไปเพื่อความชอบธรรมและป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมโดยสุจริต จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองพะเยาจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์ โดยให้สัมภาษณ์แจ้งแก่ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เอกราชว่า โจทก์และนายศุภกิจ บวรทัศน์ สมคบกันยักยอกเงินผลประโยชน์ของเทศบาลเมืองพะเยารวม 7 แสนบาท ปรากฏตามหนังสือพิมพ์เอกราชท้ายฟ้อง และโดยแจ้งความต่อร้อยตำรวจโทวินัยชมภูพาน และร้อยตำรวจเอกอำนวย เพชรยัง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอพะเยา ว่าโจทก์สมคบกับนายศุภกิจ บวรทัศน์ ยักยอกเงินของเทศบาลเมืองพะเยาไป 7 แสนบาท ซึ่งเป็นความเท็จ ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชังขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326, 328จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยใส่ความโจทก์โดยให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ตามฟ้อง

จำเลยเพียงแต่ทราบว่าเงินของเทศบาลเมืองพะเยาขาดหายไปจากบัญชีโดยไม่มีหลักฐานว่าโจทก์เป็นผู้ยักยอก จำเลยก็แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์เป็นผู้ยักยอกการกระทำของจำเลยจึงเป็นการจงใจใส่ความโจทก์เพื่อให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชังพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำคุกจำเลย 2 เดือน ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนด 3 ปี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอการลงโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อควาที่จำเลยแจ้งต่อพนักงานสอบสวนนั้นมีมูลความจริงอยู่บ้าง จำเลยมิได้มีเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ จำเลยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองพะเยา เมื่อเงินของเทศบาลเมืองพะเยาซึ่งอยู่ในความควบคุมและรับผิดชอบของโจทก์ถูกยักยอกไปโดยทุจริตจำเลยนำความไปแจ้งแก่ตำรวจว่าโจทก์กับนายศุภกิจ บวรทัศน์ ร่วมกันยักยอก เพื่อให้ตำรวจสืบสวนดำเนินคดี จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพราะมีข้อเท็จจริงเพียงพอให้เห็นเช่นนั้น เป็นความชอบธรรมเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมในฐานะที่จำเลยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองพะเยา ย่อมไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1)

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยซึ่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองพะเยาได้ทราบจากนายชุมพล ศักดิ์สูง ซึ่งเคยเป็นสมุห์บัญชีของเทศบาลเมืองพะเยา และเทศบาลนั้นให้นายชุมพล ศักดิ์สูง ตรวจสอบการเงินของเทศบาลเมืองพะเยา เพราะนายศุภกิจ บวรทัศน์ สมุห์บัญชีของเทศบาลคนปัจจุบันหนีไป ว่าเงินของเทศบาลขาดบัญชีเป็นจำนวนมาก จำเลยจึงไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพะเยา มีข้อความตามสำเนารายงานเบ็ดเสร็จประจำวันว่า "นายสงวน วงศ์เมือง ในฐานะสมาชิกสภาเทศบาล มีหน้าที่ควบคุมการบริหารท้องถิ่นได้สืบทราบมาว่าเงินผลประโยชน์ของเทศบาลเมืองพะเยาและยอดเงินอื่น ๆ

ได้ขาดหายไปจากบัญชีเป็นจำนวนเงิน688,146.32 บาท และผู้แจ้งเชื่อมั่นว่านายบุญดี สุทธภักดีนายกเทศมนตรี กับนายศุภกิจ บวรทัศน์ สมุห์บัญชีเทศบาลเมืองพะเยาร่วมกันยักยอกหรือเบียดบังเอาไปใช้เป็นผลประโยชน์ส่วนตัว จึงได้นำความมาแจ้ง เพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป" เมื่อจำเลยไปแจ้งความนั้น ทางเทศบาลเมืองพะเยายังไม่มีผู้ใดไปแจ้งความเกี่ยวกับเรื่องนี้ ปรากฏว่าเงินของเทศบาลเมืองพะเยาได้ขาดหายไปจริง และต่อมาเมื่อกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งเรื่องนี้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว โจทก์ในฐานะนายกเทศมนตรีต้องรับผิดชดใช้เงินคืนให้เทศบาลเมืองพะเยา เป็นเงิน 252,622.21 บาทศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยนำความไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์ร่วมกับนายศุภกิจ

บวรทัศน์ ยักยอกเงินของเทศบาลเมืองพะเยานั้น เป็นผลเนื่องมาจากเงินของเทศบาลเมืองพะเยาในความควบคุมดูแลของโจทก์ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีขาดบัญชีไปเป็นจำนวนมาก ย่อมทำให้เข้าใจได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์น่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วยประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยเคยเป็นเทศมนตรีและเป็นกรรมการรักษาเงินในระยะที่โจทก์เป็นนายกเทศมนตรีแล้วลาออกจากตำแหน่ง เพราะโจทก์เอาเงินของเทศบาลไปใช้ส่วนตัวโจทก์มิได้ซักค้านข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวแล้วแต่ประการใดเลย ทั้งยังปรากฏตามหนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายที่ ชร.19/21001ว่า เงินที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายศุภกิจ บวรทัศน์ สมุห์บัญชีมีบันทึกรายการจ่ายเงิน แต่มีใบสำคัญคู่จ่ายไม่ครบ

แสดงให้เห็นความบกพร่องในการใช้จ่ายเงินของเทศบาลซึ่งโจทก์น่าจะต้องรู้เห็นด้วยอย่างยิ่ง จึงมีเหตุผลให้จำเลยเชื่อว่าโจทก์เคยนำเงินเทศบาลไปใช้ส่วนตัวจริงนอกจากนั้นหลังจากที่ตรวจพบว่านายศุภกิจ บวรทัศน์สมุหบัญชีหายไปพร้อมกับเงินขาดบัญชีเป็นจำนวนมาก โจทก์ในฐานะนายกเทศมนตรีเมืองพะเยาเป็นผู้เสียหาย ก็หาได้นำความไปแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รีบสืบสวนจับกุมนายศุภกิจ บวรทัศน์ มาดำเนินคดีไม่ พฤติการณ์ของโจทก์จึงมีทางให้จำเลย เข้าใจได้เป็นอย่างมากว่าโจทก์มีส่วนร่วมกับนายศุภกิจ บวรทัศน์ ยักยอกเงินของเทศบาลเมืองพะเยาไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ดังปรากฏว่า ในการแจ้งความจำเลยก็ได้แจ้งเพียงว่า ผู้แจ้ง (จำเลย) เชื่อมั่นว่า

โจทก์และนายศุภกิจร่วมกันยักยอกเงินของเทศบาลเมืองพะเยา เป็นการแสดงข้อความต่อพนักงานสอบสวนผู้รับแจ้งด้วยความสุจริตตามพฤติการณ์ที่จำเลยทราบ คดีไม่มีข้อเท็จจริงอันใดที่จะชี้ให้เห็นว่า จำเลยแกล้งแจ้งความกล่าวโจทก์ให้ได้รับความดูหมิ่นเกลียดชังจากผู้อื่นกลับปรากฏตามผลของการสอบสวนของคณะกรรมการหาตัวผู้รับผิดชอบทางแพ่งในภายหลังว่า โจทก์มีส่วนต้องรับผิดชอบชดใช้เงินคืนให้แก่เทศบาลเมืองพะเยาด้วย ส่วนข้อหาคดีอาญาที่จำเลยแจ้งความไว้นั้นก็เชื่อได้ว่าอยู่ในระหว่างสอบสวนหาหลักฐานต่อไป ซึ่งจะได้ความแน่ชัดต่อเมื่อได้ตัวนายศุภกิจ บวรทัศน์มาสอบสวนก่อน จำเลยเป็นสมาชิกสภาเทศบาล มีอำนาจควบคุมดูแลการบริหารงานของเทศบาลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ การที่จำเลยแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเช่นนั้น จึงเป็นไปเพื่อความชอบธรรมและป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม เมื่อจำเลยกระทำไปโดยสุจริตดังกล่าวแล้ว จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1)

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สงวน สิทธิไชย · สุธรรม วรรณแสง · สนิท บริรักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 406/2567

ข้อความที่จำเลยพิมพ์ลงในเว็บไซต์เฟซบุ๊กเป็นการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการแต่งตั้งโจทก์เป็นปลัดกระทรวง อ. ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์ถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องการนำรถยนต์ราชการไปใช้ในกิ…

Supreme Court Judgment No. 1861/2561

ป.อ. มาตรา 329 เป็นบทบัญญัติยกเว้นการกระทำที่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท เพื่อมิให้ผู้แสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตต้องตกเป็นผู้กระทำผิด ทั้งนี้เพื่อให้การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเป็นสิ่งที่กระทำได้ใ…

Supreme Court Judgment No. 11118/2558

ในระหว่างที่จำเลยที่ 1 รับจ้างทำงานให้แก่สำนักงาน น. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ว. นั้น โจทก์ร่วมดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงาน น. และในช่วงระยะเวลาเดียวกันนั้น จำเลยที่ 1 รั…

Supreme Court Judgment No. 20106/2556

จำเลยเคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัด โจทก์เคยเป็นประธานทอดกฐิน โจทก์ จำเลย บุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดและกรรมการของวัดขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องการเงินของวัดแยกออกเป็นหลายฝ่าย และกล่าวหาอีกฝ่ายยักยอกเงินของวัด…

Supreme Court Judgment No. 2542/2554

การที่ ส. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับการร้องขอจาก ห. ให้ไปช่วยไกล่เกลี่ยเรื่องบุตรของ ห. ทะเลาะวิวาทกันเอง จึงไปที่บ้านของ ค. พบ ค. และบุตรของ ห. อีกหลายคน บรรดาบุตรของ ห. และจำเลยเข้าใจว่าโจทก์ร่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up