Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 13254/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้รับเงินจากการจำหน่ายคูปองบริการให้แก่สมาชิกของโจทก์ร่วม หลายรายการ รวมเป็นเงิน 1,737,032,30 บาท อันเป็นเงินของโจทก์ร่วมไว้ในครอบครองของจำเลยแล้วเบียดบังเอาเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์ร่วมไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032,30 บาท แก่โจทก์ร่วม โดยไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏว่าเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ต้องการให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ดังนี้แม้จะพิจารณาได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ร่วมหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 49 กระทง ให้เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 49 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว คงจำคุก 1 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,147,657.70 บาท แก่โจทก์ร่วม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ร่วมฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องมาในข้อเดียวกันว่า เมื่อระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2541 ถึงวันที่ 18 ตุลาคม2543 ต่อเนื่องกันทั้งเวลากลางวันและกลางคืน จำเลยได้รับเงินจากการจำหน่ายคูปองบริการให้แก่สมาชิกของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว โจทก์ร่วม หลายรายการรวมเป็นเงิน 1,737,032.30 บาท อันเป็นเงินของโจทก์ร่วมไว้ในครอบครองของจำเลย ต่อมาระหว่างวันเวลาดังกล่าวติดต่อกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด ภายหลังจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองแล้ว จำเลยเบียดบังเอาเงินจำนวนนี้ของโจทก์ร่วมไปเป็นประโยชน์ส่วนตนหรือของบุคคลที่สามโดยทุจริต

ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,737,032.30 บาท แก่โจทก์ร่วม จะเห็นได้ว่าตามฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายรายละเอียดการกระทำของจำเลยให้ปรากฏว่าเป็นความผิดหลายกรรม ทั้งตามคำขอท้ายฟ้องก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ต้องการให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม ดังนี้ แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่าจำเลยยักยอกเงินของโจทก์ร่วมหลายครั้งต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเป็นหลายกรรม ศาลจึงไม่อาจลงโทษจำเลยหลายกระทงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อนันต์ ชุมวิสูตร · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · สมชาติ ธัญญาวินิชกุล
Lower court
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายวรุณ ชำนาญศรีเพ็ชร
ศาลอุทธรณ์ - นางเสมอดาว เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา
Supreme Court black case no.
อ.1928/2551
Trial court black case no.
อ3658/2544
Trial court red case no.
อ410/2547
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up