Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1320/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พี่น้องร่วมบิดามารดาได้เสียเป็นผัวเมียนั้น เมื่อ พ.ศ.24+7 นั้น ตามกฎหมายลักษณะผัวเมียจะต้องถูกลงโทษลอยแพ ฉะนั้น พี่น้องดังกล่าวจึงมิใช่ผัวเมียที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้ต่อมา พ.ศ.24+ จะมีบุตรด้วยกัน ก็เป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของบิดา เว้นแต่บิดาจะจดทะเบียนหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร บุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องบิดาเรียกทรัพย์ที่ยืมไปคืนได้ ไม่เป็น+ แม้ชายอายุสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ และหญิงอายุสิบห้าปีบริบูรณ์ จะจดทะเบียนสมรสกันโดยมิได้รับความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครองก็ตาม ก็หาถือว่าการสมรสนั้นเป็นโมฆะหรือไม่สมบูรณ์แต่อย่างใดไม่ กฎหมายเพียงแต่ให้อำนาจบิดามารดาหรือผู้ปกครองร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการสมรสเสียได้เท่านั้น หากไม่มีการร้องขอให้เพิกถอนชายหญิงนั้นก็ย่อมบรรลุนิติภาวะแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่นาโฉนด ๒๑๗๓ เป็นของนางจีบ มารดาโจทก์ มารดาตาย ตกได้แก่โจทก์ ให้นายชนวนเช่าคิดค่าเช่าปีละ ๔๕๑ ถัง เมื่อเดือน ๔ พ.ศ.๒+ จำเลยยืมข้าวเปลือกโจทก์ไป ๔๐๐ ถัง และวันที่ ๒๗ มกราคม ๒+ จำเลยเก็บค่าเช่าจากนายชนวนไป ๔๕๑ ถัง โดยไม่บอกโจทก์ จึงขอให้จำเลยใช้ข้าว ๔๕๑ ถัง หรือใช้ราคา ๘,๐๐๐ บาท

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นสามีนางจีบ สมรสกัน พ.ศ.๒+ เกิดบุตร ๑ คน คือ โจทก์ นางจีบตาย จำเลยยกโจทก์ให้บุตรบุญธรรมของญาติจำเลยตั้งแต่เล็ก ๆ โจทก์จึงเข้าใจผิดว่าจำเลยเป็นลุง นางจีบตาย จำเลยครอบครองนาพิพาทแต่ผู้เดียวเกิน ๒๐ ปี นายชนวนไม่เคยเช่านาจากโจทก์และโจทก์ไม่เคยเก็บค่าเช่า จำเลยไม่เคยยืมข้าวโจทก์ จำเลยเก็บค่าเช่ามาจริง

โจทก์ฟ้องจำเลยไม่ได้เป็น+ โจทก์ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะดำเนินคดีด้วยตนเองไม่ได้ ถ้าจะอ้างว่าบรรลุนิติภาวะโดยการสมรส จำเลยก็ไม่ได้ให้ความยินยอม จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น ไม่เชื่อว่าโจทก์เป็นบุตรจำเลย โจทก์สมรสและจดทะเบียนโดยชอบจึงมีอำนาจฟ้อง เชื่อว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยยืมข้าวเปลือก ๔๕๑ ถึงไปจริง พิพากษาให้จำเลยใช้ข้าวเปลือก ๔๕๑ ถัง ถ้าไม่ใช้ก็ให้ใช้เงิน ๘,๐๐๐ บาทแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาฎีกาของจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จึงฟ้องจำเลยผู้เป็นบิดาไม่ได้แล้ว เห็นว่า จำเลยนำสืบว่า จำเลยกับนางจีบ+เป็นน้องบิดามารดาเดียวกัน ได้เสียเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๗ ซึ่งเป็นเวลาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ โจทก์สืบว่าโจทก์เป็นบุตรนายน้อย ๆ ได้นางจีบเป็นภรรยาเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๐ ครั้น พ.ศ.๒๔๘+ ก็เกิดบุตรด้วยกัน ๑ คน คือโจทก์

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า บุตรจะฟ้องบิดาไม่ได้ ต้องห้ามตามกฎหมายนั้น จะต้องเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่คดีนี้ปรากฎข้อเท็จจริงตามที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยกับนางจีบได้เสียเป็นสามีภรรยากันตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๗ ถ้ารับฟังข้อเท็จจริงดังจำเลยอ้าง ก็เป็นเวลาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ จึงต้องบังคับตามกฎหมาย ลักษณะผัวเมียบทที่ ๓๖ ซึ่งบัญญัติว่า พี่น้องทำชู้กัน ให้ลงโทษทำแพรลอยเสียในทะเล ฉะนั้น จำเลยกับนางจีบจึงมิใช่ผัวเมียที่ชอบด้วยกฎหมาย และทางพิจารณาปรากฎว่าโจทก์เกิด พ.ศ.๒๔๘๓ ภายหลังใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ แล้ว โจทก์จะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลยหรือไม่ จะต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒๖ ซึ่งบัญญัติว่า

เด็กเกิดก่อนสมรสจะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกัน หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร เมื่อปรากฎว่าจำเลยกับนางจีบเป็นสามีภรรยากันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ก็เป็นบุตรนอกสมรส เมื่อจำเลยไม่ได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตร และศาลก็ไม่ได้พิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตร โจทก์กับจำเลยจึงไม่อาจเป็นบิดาและบุตรต่อกันตามกฎหมายได้ คดีไม่จำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้เถียงกันต่อไป โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ จำเลยฎีกาว่า วันที่โจทก์ยื่นฟ้อง โจทก์อายุ ๑๙ ปี ไม่บรรลุนิติภาวะ แม้โจทก์สมรสก็ไม่สมบูรณ์ เพราะผู้ให้ความยินยอมไม่ใช่ผู้ปกครองตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีความหมายดำเนินคดีเองได้

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว โจทก์จดทะเบียนสมรสกับนางสาวนิภาซึ่งมีอายุครบ ๑๕ ปีบริบูรณ์แล้วมีบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยเงื่อนไข แห่งการสมรสแสดงว่า ผู้เยาว์จะทำการสมรสจะต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดา หรือผู้ปกครอง และบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยเพิกถอนการสมรส มิได้บัญญัติการสมรสที่ทำไปโดยมิได้รับความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครองนั้น เป็นโมฆะ หรือโมฆียะหรือไม่สมบูรณ์อย่างไรเลย เป็นแต่บัญญัติให้อำนาจแก่บิดามารดาหรือผู้ปกครองฟ้องขอให้เพิกถอนการสมรสได้เท่านั้น ซึ่งต่างกับกรณีที่การสมรสผิดเงื่อนไขอื่นๆ บางข้อ ซึ่งมีระบุไว้ว่าเป็นโมฆะหรือโมฆียะ และการสมรสของโจทก์ก็ไม่มีผู้ใดฟ้องขอให้เพิกถอน ฉะนั้น จึงไม่มีเหตุที่จะถือว่าการสมรสของโจทก์ไม่เป็นการสมรสตามกฎหมาย หรือไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย

เมื่อไม่มีเหตุที่จะถือว่าการสมรสของโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว โจทก์ก็ย่อมเป็นบุคคลผู้บรรลุนิติภาวะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๐ ฎีกาจำเลยยังฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นาพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยครอบครอบนาพิพาทในฐานะแทนโจทก์ และเชื่อว่าจำเลยยืมข้าวโจทก์ไป ๔๐๐ ถังจริง

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
มณี ชุติวงศ์ · สอาด นาวีเจริญ · สอาด นาวีเจริญ
Lower court
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายหิรัญ สถาปนสุต
ศาลอุทธรณ์ - นายลออง จุลกะเพียน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1242/2567

แม้จำเลยจะมิได้บรรยายในคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยถ้อยคำที่ชัดแจ้งว่า พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมารับฟังได้ความว่าการหย่าในคดีนี้ทำให้จำเลยยากจนลงก็ตาม แต่ในอุทธรณ์ของจำเลยกล่าวอ้างถึงข้อเท็จจริงต่าง ๆ อันเป็นพฤต…

Supreme Court Judgment No. 2561/2561

แม้จะฟังได้ว่าข้อกล่าวหาของโจทก์เป็นเหตุหย่าตามกฎหมายก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ให้อภัยในการกระทำของจำเลยแล้ว สิทธิฟ้องหย่าของโจทก์ย่อมหมดไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1518 โจทก์นำ จ.มาอยู่ในบ้านโจทก์และอยู่กินด้วยกั…

Supreme Court Judgment No. 875/2561

โจทก์ฟ้องจำเลยขอหย่า ขอแบ่งสินสมรส ขอถอนอำนาจปกครองจำเลย และขอให้จำเลยจ่ายค่าเลี้ยงชีพเป็นเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ระหว่างการพิจารณาขอ…

Supreme Court Judgment No. 8151/2560

การที่อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์อยู่กับโจทก์เรื่อยมาจนกระทั่งบรรลุนิติภาวะ โจทก์ย่อมหมดหน้าที่ที่จะให้การอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1564 วรรคหนึ่ง แต่ในส่วนค่าอุปการะเลี้ยงดูจำเลยตาม ป.พ…

Supreme Court Judgment No. 13552/2558

บุคคลที่มีข้อพิพาทซึ่งอาจใช้สิทธิทางศาลต่อกัน อาจตกลงระงับข้อพิพาทดังกล่าวได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850 ด้วยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ อันมีผลทำให้หนี้เดิมระงับตามมาตรา 852 แล้วผูกพันกันตามที่ได้ตกลงกันไว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up