Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 13118/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

บันทึกข้อตกลงที่โจทก์ตกลงโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องโดยผู้ร้องได้ชำระมูลค่าเช่าซื้อเป็นการตอบแทน และมีการชำระบัญชีหนี้สินระหว่างกันเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งยังกำหนดให้โจทก์ดำเนินคดีและบังคับคดีกับลูกหนี้เช่าซื้อต่อไปในนามของผู้ร้อง และเมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินให้แก่ผู้ร้องทั้งหมด แสดงว่าผู้ร้องแต่ผู้เดียวมีอำนาจในการดำเนินการเพื่อให้ได้รับชำระหนี้และรับชำระหนี้เช่าซื้อ ดังนั้น บันทึกข้อตกลงดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 303 และโจทก์สามารถโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่ผู้ร้องได้ตาม พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540 มาตรา 27 โจทก์ไม่ต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 การโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ให้แก่ผู้ร้องตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องมีสิทธิเข้าสวมสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ที่จะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองแทนโจทก์ต่อไป

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 303 ป.พ.พ. Section 306 พ.ร.ก.การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.2540 Section 27

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 250,000 บาท กับให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวนเงิน 42,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จและชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแต่ไม่เกิน 4 เดือน กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้จำเลยทั้งสองในคดีนี้แทนโจทก์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องและจำเลยที่ 1 ไม่ฎีกาโต้แย้งกันฟังเป็นยุติว่า โจทก์ถูกคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการถาวรและแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการแทนโจทก์ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2540 ดังนั้นประธานกรรมการของคณะกรรมการของโจทก์จึงมีอำนาจกระทำการและลงลายมือชื่อแทนโจทก์ได้ แม้จะเรียกโจทก์เป็นผู้ว่าจ้างและเรียกผู้ร้องว่าเป็นผู้รับจ้าง โดยอ้างถึงสัญญาว่าจ้างบริหารหนี้เช่าซื้อฉบับลงวันที่ 1 มีนาคม 2540 เกี่ยวกับการจัดเก็บหนี้เช่าซื้อ ก็เป็นการกล่าวถึงสิทธิและหน้าที่ระหว่างกันที่มีมาก่อนเท่านั้น การตีความสัญญาต้องพิจารณาจากข้อความทั้งหมดมิใช่เพียงข้อความตอนใดตอนหนึ่ง ซึ่งเมื่อพิเคราะห์ข้อความตามบันทึกข้อตกลงทั้งหมดแล้ว

ปรากฏว่า โจทก์และผู้ร้องได้ตกลงกันทำสัญญาใหม่ โดยมีข้อสำคัญในข้อ 2. ว่าเป็นการตกลงกำหนดมูลค่าของหนี้เช่าซื้อทั้งหมดคิดถึงวันที่ 31 มกราคม 2541 เท่ากับจำนวน 633,305,098.96 บาท โดยให้ผู้ร้องชำระให้แก่โจทก์ในวันทำสัญญาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2541 และโจทก์ตกลงโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อที่มีภาระผูกพันคงเหลืออยู่ทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องในวันทำสัญญา มีการชำระเงินมูลค่าของหนี้เช่าซื้อด้วยการหักชำระกับตั๋วสัญญาใช้เงินที่ระบุไว้ในข้อ 1. ตามข้อตกลง ข้อ 3. โดยโจทก์ตกลงโอนทะเบียนรถยนต์ตามสัญญาเช่าซื้อทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันทำสัญญาตามบันทึกข้อ 4. และหนี้ที่โจทก์จะต้องชำระให้ผู้ร้องหลังจากชำระบัญชีแล้วนั้น

ผู้ร้องได้ตกลงปลดหนี้ให้แก่โจทก์ตามข้อ 7. เช่นนี้จึงเป็นกรณีที่โจทก์ตกลงโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องโดยผู้ร้องได้ชำระมูลค่าเช่าซื้อเป็นการตอบแทนและมีการชำระบัญชีหนี้สินระหว่างกันเสร็จสิ้นแล้วทั้งข้อ 8. ยังกำหนดให้โจทก์ดำเนินคดีและบังคับคดีกับลูกหนี้เช่าซื้อต่อไปในนามของผู้ร้อง และเมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินให้แก่ผู้ร้องทั้งหมดแสดงว่าผู้ร้องแต่ผู้เดียวมีอำนาจในการดำเนินการเพื่อให้ได้รับชำระหนี้และรับชำระหนี้เช่าซื้อ ดังนั้น บันทึกข้อตกลงดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 303 และโจทก์สามารถโอนสิทธิเรียกร้องให้แก่ผู้ร้องได้ตามพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

พ.ศ.2540 มาตรา 27 โจทก์ไม่ต้องบอกกล่าวการโอนไปยังลูกหนี้ตามมาตรา 306 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การโอนสิทธิเรียกร้องของโจทก์ให้แก่ผู้ร้องจึงชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องมีสิทธิเข้าสวมสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ที่จะบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสองแทนโจทก์ต่อไปได้ ข้อที่จำเลยที่ 1 อ้างว่า ตามบันทึกข้อตกลงข้อ 2. กำหนดให้ผู้ร้องดำเนินการจัดเก็บหนี้เช่าซื้อทั้งหมดให้เสร็จสิ้นในวันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ 2544 นั้น เป็นการกล่าวอ้างข้อตกลงเดิมไม่เกี่ยวกับการโอนสิทธิเรียกร้องตามข้อตกลงใหม่ จึงไม่มีผลทำให้ผู้ร้องหมดหน้าที่และไม่อาจรับโอนสิทธิเรียกร้องที่ตกลงกันใหม่แต่อย่างใด ฎีกาข้ออื่นของจำเลยที่ 1 เป็นข้อปลีกย่อยไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาชอบแล้ว

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ ทาวุฒิ · สมชาย สินเกษม · สู่บุญ วุฒิวงศ์
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายศุภกฤษฎิ์ สามิบัตร
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง กุลบุปผา
Supreme Court black case no.
พ.1727/2550
Trial court black case no.
พ10779/2540
Trial court red case no.
พ18686/2540
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6557/2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะที่จำเลยเป็นลูกหนี้ของจำเลยร่วม ซึ่งโจทก์และจำเลยร่วมทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องต่อกัน เพื่อโอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยร่วมมีอยู่ต่อจำเลยไปให้โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินเป็นค่าตอบแทนให…

Supreme Court Judgment No. 3988/2561

คดีนี้ โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าว่าจ้างตามใบแจ้งหนี้ที่จำเลยที่ 1 มีต่อจำเลยที่ 5 แก่โจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อ…

Supreme Court Judgment No. 438/2559

ป.พ.พ. มาตรา 303 บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องนั้นท่านว่าจะพึงโอนกันได้ เว้นไว้แต่สภาพแห่งสิทธินั้นเองจะไม่เปิดช่องให้โอนกันได้ ตามบทบัญญัติดังกล่าวแม้กฎหมายให้สิทธิแก่เจ้าหนี้สามารถโอนสิทธิเรียกร้องที่มี…

Supreme Court Judgment No. 2520/2556

การที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องที่จำเลยที่ 1 มีต่อจำเลยที่ 2 ในค่าก่อสร้างอาคารให้แก่โจทก์ ซึ่งขณะทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องนั้นจำเลยที่ 1 อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารให้แก่จำเลยที่ 2 และยังไม่ทรา…

Supreme Court Judgment No. 9691/2554

สิทธิเรียกร้องของคู่พิพาทฝ่ายชนะคดีที่จะได้รับชำระหนี้ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจากคู่พิพาทฝ่ายแพ้คดีเป็นสิทธิเรียกร้องที่จะพึงโอนกันได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 303 วรรคหนึ่ง การที่บริษัท บ. คู่พิพาทฝ่ายชน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up