Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 13083/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 33 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บริษัทกระทำการดังกล่าวต่อไปนี้... (7) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดล่วงหน้าให้แก่บุคคลใดเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับงานที่จะทำให้แก่บริษัท" และมาตรา 93 บัญญัติว่า "บริษัทใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และถ้าเป็นกรณีการกระทำความผิดต่อเนื่องให้ปรับอีกไม่เกินวันละ 20,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่" การที่โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้สรรหาและฝึกอบรมบุคลากรเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนหาลูกค้า และทำหน้าที่เป็นผู้บริหารงานขายให้แก่โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินเป็นค่าจ้างหรือค่าตอบแทนล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ 1 ไปก่อน จึงขัดต่อบทกฎหมายมาตราดังกล่าว ถือได้ว่าโจทก์กระทำการเพื่อชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่อาจเรียกคืนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 411

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 411 พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 Section 33 พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 Section 93

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 782,469.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 734,476.90 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 734,476.90 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 เมษายน 2554 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (วันที่ 23 กันยายน 2554) ต้องไม่เกิน 47,388.85 บาท กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด ประกอบธุรกิจประกันชีวิตทุกประเภท จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 โจทก์ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้สรรหาและฝึกอบรมบุคลากรเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนหาลูกค้าที่สนใจเข้าทำสัญญาประกันชีวิตกับโจทก์ 25 คน และทำหน้าที่เป็นผู้บริหารงานขาย 5 คน โดยมีเป้าหมายสำหรับเบี้ยประกันภัยในปีแรกระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2554 เป็นเงิน 4,000,000 บาท โจทก์จ่ายค่าตอบแทนให้จำเลยที่ 1 ล่วงหน้า 800,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่า หากจำเลยที่ 1 ไม่สามารถดำเนินการตามเป้าหมายดังกล่าวได้จะต้องคืนเงินที่ได้รับไปให้แก่โจทก์ตามส่วน

สัญญาดังกล่าวมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 1 ปี ตามสัญญา จำเลยที่ 1 สามารถดำเนินการให้โจทก์ได้รับเบี้ยประกันภัยเพียง 300,717 บาท โจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสามคืนเงินที่ได้รับไปตามส่วนเป็นเงิน 734,476.90 บาท แล้วจำเลยทั้งสามเพิกเฉย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า สัญญาบริการระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 33 (6) และ (7) หรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 33 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้บริษัทกระทำการดังกล่าวต่อไปนี้...(7) จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดล่วงหน้าให้แก่บุคคลใดเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับงานที่จะทำให้แก่บริษัท" และมาตรา 93 บัญญัติว่า "บริษัทใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรา 33 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และถ้าเป็นกรณีการกระทำความผิดต่อเนื่องให้ปรับอีกไม่เกินวันละ 20,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่"

ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ได้จ่ายค่าตอบแทนหลังจากที่จำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาครบถ้วนบริบูรณ์แล้วนั้น เมื่อได้พิเคราะห์รายละเอียดในคำฟ้องของโจทก์มีข้อความระบุไว้ชัดเจนในหน้าที่ 3 ว่า โจทก์ตกลงจ่ายค่าตอบแทนให้แก่จำเลยที่ 1 ล่วงหน้าจำนวน 800,000 บาท อีกทั้งข้อเท็จจริงยังได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่าหลังจากโจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาบริการดังกล่าวโจทก์ได้จ่ายค่าตอบแทนให้จำเลยที่ 1 เป็นจำนวนเงิน 800,000 บาท เป็นค่าตอบแทนล่วงหน้าแล้ว จึงเห็นได้ว่าข้ออ้างของโจทก์ในฎีกาซึ่งขัดแย้งกับคำฟ้องและข้อนำสืบของโจทก์เองจึงเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ได้จ่ายเงินเป็นค่าจ้างหรือค่าตอบแทนล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ 1 มิใช่จ่ายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาครบถ้วนบริบูรณ์แล้วดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกา

ดังนี้ การที่โจทก์ทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้สรรหาและฝึกอบรมบุคลากรเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนหาลูกค้า และทำหน้าที่เป็นผู้บริหารงานขายให้แก่โจทก์ โดยโจทก์จ่ายเงินเป็นค่าจ้างหรือค่าตอบแทนล่วงหน้าให้แก่จำเลยที่ 1 ไปก่อน จึงขัดต่อพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 33 ประกอบมาตรา 93 กรณีถือได้ว่าโจทก์กระทำการเพื่อชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่อาจเรียกคืนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 411 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ จันทรา · ปดารณี ลัดพลี · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางสาวศิณีนาถ เกียรติกังวาฬไกล
ศาลอุทธรณ์ - นายสุชาติ เตชะสวัสดิ์วิทย์
Supreme Court black case no.
พ.3886/2556
Trial court black case no.
พ1703/2554
Trial court red case no.
พ1130/2555
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3871/2558

จำเลยที่ 1 รับจ้างให้บริการสรรหา ฝึกอบรมบุคคลเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทน ผู้บริหารงานขายให้เป็นตัวแทนของโจทก์ ทำหน้าที่หาลูกค้าที่สนใจเข้ามาทำประกันภัยกับโจทก์ โดยมีเป้าหมายสำหรับเบี้ยประกันภัยรับปีแรกหล…

Supreme Court Judgment No. 5079/2568

การที่โจทก์ยังมิได้ขออนุญาตประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 เป็นเพียงการไม่ปฏิบัติตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว คือยังไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น แต่เมื่…

Supreme Court Judgment No. 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

Supreme Court Judgment No. 6614/2562

จำเลยรับจะดำเนินการวิ่งเต้นให้โจทก์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการตำรวจภูธร โจทก์ย่อมคาดหมายได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยตนเองหรือผ่านบุคคลอื่นเพื่อแทรกแซงการใช้ดุลพินิจขอ…

Supreme Court Judgment No. 840/2561

ผู้ร้องเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนตามกฎหมายดินแดนหมู่เกาะเวอร์จิน ผู้ร้องจึงเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศซึ่งไม่มีสัญชาติไทยและถือว่าเป็นคนต่างด้าวตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ลง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up