Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1308/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-3469 ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ได้นำรถเข้าร่วมกิจการขนส่งสินค้ากับบริษัทจำเลยที่ 4 โดยรถคันดังกล่าวมีชื่อจำเลยที่ 4 ติดที่ข้างรถเห็นได้ชัดเจน และจำเลยที่ 4 รับว่ารถยนต์คันนี้ใช้บรรทุกสินค้าของจำเลยที่ 4 นำไปส่งให้แก่ลูกค้า พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าจำเลยที่ 4 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 นำรถยนต์เข้าร่วมกิจการของจำเลยที่ 4 เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 4จำเลยที่ 4 ย่อมได้รับผลประโยชน์จากการนี้โดยตรง ถือได้ว่าจำเลยที่ 4 เชิดจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของตนจำเลยที่ 4 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในผลแห่งการละเมิดที่จำเลยที่ 1 กระทำต่อโจทก์ทั้งสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 65,719.50 บาท และโจทก์ที่ 2 จำนวน 96,750บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 63,728บาท แก่โจทก์ที่ 1 และของต้นเงิน 90,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความประมาทเลินเล่อของลูกจ้างของโจทก์ที่ 2 ค่าซ่อมแซมรถยนต์ของโจทก์ที่ 2ไม่เกิน 20,000 บาท โจทก์ที่ 2 มีรายได้จากการประกอบการค้าไม่เกินวันละ 100 บาท และใช้เวลาซ่อมแซมรถยนต์เพียง 30 วันก็เพียงพอรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 มีสภาพทรุดโทรมก่อนเกิดเหตุ

ค่าเสื่อมราคาไม่เกิน 5,000 บาท ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การว่า โจทก์ที่ 1 ไม่ใช่เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยที่ 3 มิได้เป็นนายจ้างหรือตัวการของจำเลยที่ 1 และไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยอื่น รถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-3469 ประจวบคีรีขันธ์มิใช่ของจำเลยที่ 3ความเสียหายของโจทก์ทั้งสองไม่เกิน 25,000 บาท ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ให้การร่วมกันว่า จำเลยที่ 5 และที่ 6 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 1 มิใช่ลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 จำเลยที่ 4 มิได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในการเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-3469 ประจวบคีรีขันธ์ วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปบรรทุกกล่องกระดาษจากโรงงานของจำเลยที่ 4โดยนายนพรัตน์

ม่วงสกุล เป็นผู้รับจ้างจากจำเลยที่ 4 เป็นรายเที่ยว ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 7 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์ที่ 2 ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 84-1485 กรุงเทพมหานคร ในขณะเกิดเหตุ กรมธรรม์ประกันภัยของโจทก์ที่ 1 เป็นโมฆะเพราะโจทก์ที่ 2ไม่มีส่วนได้เสียในรถยนต์ที่เอาประกันภัย โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4ร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 42,935 บาท พร้อมดอกเบี้ยและให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน 15,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำหรับจำเลยที่ 3 ที่ 5 ที่ 6และที่ 7โจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 45,285 บาท

พร้อมดอกเบี้ย และให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน25,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ว่าจำเลยที่ 4 ต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการละเมิดที่จำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-3469 ประจวบคีรีขันธ์ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถไปตามทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2ได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ได้นำรถยนต์คันดังกล่าวเข้าร่วมในกิจการขนส่งสินค้าของจำเลยที่ 4 โดยมีชื่อของจำเลยที่ 4 ติดไว้ที่ข้างรถ วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถกลับจากบรรทุกกระดาษของจำเลยที่ 4 พิจารณาภาพถ่ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-3469ประจวบคีรีขันธ์

ปรากฏว่ามีชื่อบริษัทยูเนี่ยนเปเปอร์คารตอนส์จำกัด (จำเลยที่ 4) ที่ข้างรถเห็นได้ชัดเจน บุคคลทั่วไปย่อมเข้าใจว่าจำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวและใช้ในกิจการของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ก็นำสืบรับว่ารถยนต์คันนี้ใช้บรรทุกสินค้าของจำเลยที่ 4 นำไปส่งให้แก่ลูกค้า พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า จำเลยที่ 4 ยินยอมให้จำเลยที่ 2 นำรถยนต์เข้าร่วมกิจการของจำเลยที่ 4 จึงมีชื่อของจำเลยที่ 4 ติดที่ข้างรถโดยเปิดเผย แม้ไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ได้รับค่าจ้างจากจำเลยที่ 4 แต่จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าของจำเลยที่ 4ซึ่งจำเลยที่ 4 ได้รับผลประโยชน์จากการนี้โดยตรง เท่ากับจำเลยที่ 4 เชิดจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 4 นั่นเอง เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกสินค้าของจำเลยที่ 4 โดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 4 ต้องร่วมรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองและจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สวรรค์ ศักดารักษ์ · นิเวศน์ คำผอง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

Supreme Court Judgment No. 355/2563

จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ มีรถแท็กซี่ให้เช่ามากถึง 60 คัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่รายใหญ่ จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถแท็กซี่คันเกิดเหตุจากโจทก์ซึ่งจดทะเบียนประเภทรถยนต…

Supreme Court Judgment No. 5896/2558

สัญญาเช่าข้อ 7 ระบุว่า สมาชิกต้องไม่นำรถยนต์ไปให้ผู้อื่นขับขี่เป็นอันขาด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ทราบแต่แรกว่าไม่สามารถนำรถของตนให้ผู้อื่นหรือจำเลยที่ 1 เช่า สัญญาดังกล่าวนี้จึงเป็นการทำขึ้นเพื่อใช้เป็นหลัก…

Supreme Court Judgment No. 6112/2554

เอกสารที่จำเลยที่ 3 ใช้ติดต่อกับโจทก์เป็นเอกสารที่ติดต่อกันในนามของจำเลยที่ 1 แม้ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า โจทก์ได้เข้าทำสัญญาว่าจ้างจำเลยที่ 1 ดำเนินคดีให้โจทก์หรือโจทก์ได้เข้าตกลงทำสัญญากับผู้มีอำนาจ…

Supreme Court Judgment No. 7673/2550

โจทก์ขับรถจักรยานยนต์มาด้วยความเร็วสูง ทั้งที่เป็นทางร่วมทางแยกซึ่งโจทก์ต้องลดความเร็วของรถลงเพื่อมิให้เกิดอุบัติเหตุ เมื่อโจทก์มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 70 โจทก์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up