Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1294/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา147วรรคสองคำพิพากษาในคดีที่อาจอุทธรณ์ฎีกาได้จะถึงที่สุดต่อเมื่อระยะเวลาผ่านพ้นไปจนถึงวันครบกำหนดอายุอุทธรณ์หรือฎีกาสำหรับคดีที่อาจอุทธรณ์ได้จึงมีอายุอุทธรณ์1เดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา229แต่เมื่อคดีดังกล่าวคู่ความมิได้อุทธรณ์คดีจึงถึงที่สุดในกำหนด1เดือนนับแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาตามมาตรา147วรรคหนึ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 887/2537 ของศาลจังหวัดนครปฐม ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครปฐม แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องใหม่ภายใน 60 วัน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 344,402 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 310,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์สมคบกับบุคคลผู้มีชื่อนำเช็คพิพาทซึ่งไม่มีมูลหนี้มาฟ้องจำเลยที่ 1 โจทก์เคยฟ้องจำเลยที่ 1ต่อศาลจังหวัดนครปฐม และศาลจังหวัดนครปฐมพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2537 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 887/2537โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2537จึงเป็นฟ้องซ้ำและขาดอายุความ

เพราะยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 เกินกว่า1 ปี นับแต่วันที่ลงในเช็คพิพาท ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คพิพาท ลายมือชื่อดังกล่าวเป็นลายมือชื่อปลอม โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยที่ 2 ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดชำระเงิน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ แม้ศาลจังหวัดนครปฐมยกฟ้องเรื่องเขตอำนาจศาลและไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องใหม่ภายใน 60 วันก็ไม่ทำให้ขยายอายุความออกไป ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความให้คนละ 1,500 บาทโจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และจำเลยทั้งสองต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมส่ง เมื่อมีคำพิพากษาใหม่จำเลย ที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ปรากฏว่าเมื่อสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก คือตัวโจทก์ แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยทั้งสอง แล้ววินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เคยนำเช็คพิพาทในคดีนี้ไปยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครปฐมศาลจังหวัดนครปฐมพิพากษายกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดนครปฐม แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ภายใน 60 วัน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดโดยพิพากษา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2537 โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่30 กันยายน 2537ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 มีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเพราะวันที่คำพิพากษาถึงที่สุดน่าจะเป็นวันที่ศาลได้มีคำพิพากษาคือวันที่ 28 กรกฎาคม 2537 ดังนั้นจึงครบกำหนด 60 วัน ในวันที่28 กันยายน 2537 โจทก์นำคดีมาฟ้องวันที่ 30 กันยายน 2537ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ

เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสอง บัญญัติว่า "คำพิพากษาหรือคำสั่งใดซึ่งอาจอุทธรณ์ ฎีกาหรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ได้นั้น ถ้ามิได้อุทธรณ์ ฎีกาหรือร้องขอให้พิจารณาใหม่ภายในเวลาที่กำหนดไว้ให้ถือว่าเป็นที่สุดตั้งแต่ระยะเวลาเช่นว่านั้นได้สิ้นสุดลง ฯลฯแสดงให้เห็นว่า คำพิพากษาในคดีที่อาจอุทธรณ์ฎีกาได้จะถึงที่สุดต่อเมื่อระยะเวลาผ่านพ้นไปจนถึงวันครบกำหนดอายุอุทธรณ์หรือฎีกาสำหรับคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 887/2537 ของศาลจังหวัดนครปฐม ตามสำเนาคำพิพากษาเอกสารท้ายฟ้อง ปรากฏว่าเป็นคดีที่อาจอุทธรณ์ได้ และมีอายุอุทธรณ์ 1 เดือน นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229เมื่อคดีดังกล่าวคู่ความมิได้อุทธรณ์

คดีจึงถึงที่สุดในกำหนด1 เดือน เมื่อนับแต่วันที่ศาลจังหวัดนครปฐม อ่านคำพิพากษา คือวันที่ 28 กรกฎาคม 2537 ครบกำหนด 1 เดือน ในวันที่ 28 สิงหาคม2537 โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2537 เป็นเวลาเพียง 33 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด จึงยังอยู่ในระยะเวลา60 วัน ตามที่คำพิพากษาศาลจังหวัดนครปฐมให้สิทธิโจทก์ฟ้องใหม่ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า โจทก์นำสืบรับว่านำคดีมาฟ้องเกิน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลจังหวัดนครปฐมกำหนดไว้นั้น เห็นว่า คำเบิกความของผู้รับมอบอำนาจโจทก์เช่นนั้นเป็นเพียงความเข้าใจของผู้รับมอบอำนาจโจทก์ซึ่งไม่มีผลทำให้คดีที่ไม่ขาดอายุความกลายเป็นขาดอายุความไปได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยที่ 1ฎีกาว่า พยานหลักฐานที่จำเลยที่ 1 ให้การไว้มีข้อความสนับสนุนเกี่ยวกับการคบคิดฉ้อฉลของโจทก์นั้นเห็นว่า ปัญหาข้อนี้สมควรรอฟังพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยทั้งสองที่จะนำสืบต่อไปเสียก่อนศาลฎีกายังไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาล ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

Matter details

Panel of judges
อำนวย สุขพรหม · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · บุญธรรม อยู่พุก
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Supreme Court Judgment No. 185/2566

เดิมโจทก์ร่วมฟ้อง ส. เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 902/2556 หมายเลขแดงที่ 2060/2557 ของศาลชั้นต้น ขอให้ขับไล่และรื้อถอนเสาปูนและรั้วลวดหนามออกไปจากที่ดินโจทก์ร่วม และห้าม ส. กับบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยเป็นผู้…

Supreme Court Judgment No. 1837/2563

ในคดีมโนสาเร่ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำส…

Supreme Court Judgment No. 4966/2562

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นร้องขัดทรัพย์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนให้ยกคำร้อง และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องขอให้ปล…

Supreme Court Judgment No. 6751/2561

คดีที่เสร็จไปโดยการที่ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเหตุโจทก์ (เจ้าหนี้) ขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 202 นั้น เป็นผลจากการที่โจทก์ละทิ้งหรือทอดทิ้งคดีของตน ทำนองเดียวกับคดีเสร็จไปโดยการจำหน่ายคดีเพราะเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up