Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 12939/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

นิติกรรมใดจะไม่มีผลบังคับตามกฎหมายต้องเป็นไปตามหลักโมฆะกรรมหรือโมฆียะกรรมในบรรพ 1 ลักษณะ 4 หมวดที่ 1 และที่ 2 แห่ง ป.พ.พ. ส่วนความไม่เข้าใจถึงผลของสัญญาประนีประนอมยอมความว่าเป็นการระงับข้อพิพาท ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะทำให้สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นโมฆะหรือโมฆียะ ต. อยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์ที่ 1 มาประมาณ 30 ปี และอาศัยอยู่ด้วยกันกับโจทก์ที่ 2 ที่บ้านเกิดเหตุจากสภาพโจทก์ที่ 1 ย่อมทราบถึงการซ่อมรถและซ่อมบ้านที่บริษัท ว. เป็นผู้จัดการให้เป็นอย่างดีเมื่อซ่อมบ้านเสร็จ ต. รับมอบงาน โจทก์ที่ 1 ก็ไม่คัดค้าน ครั้นซ่อมรถเสร็จ ต. กับโจทก์ที่ 2 เป็นคนลงชื่อรับค่าซ่อมในสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ที่ 1 ก็ไม่โต้แย้งคัดค้านว่า ต. และโจทก์ที่ 2 ไม่มีอำนาจกระทำการแทนตน พฤติการณ์ย่อมฟังได้ว่าโจทก์ที่ 1 รู้แล้วยอมให้ ต. และโจทก์ที่ 2 เชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนในการรับค่าซ่อมบ้านและซ่อมรถตามสัญญาประนีประนอมยอมความ การเป็นตัวแทนเชิดนั้นไม่อยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 798 ที่ต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือเหมือนการตั้งตัวแทนทั่วไป สัญญาประนีประนอมยอมความจึงมีผลบังคับถึงโจทก์ที่ 1 ด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 65,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 1 โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับโจทก์ที่ 2 กับจำเลยให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับโจทก์ที่ 1 กับจำเลยในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่า มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบิดาโจทก์ที่ 2 ซึ่งอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน บ้านโจทก์ทั้งสองอยู่ตรงข้ามคนละฝั่งถนนในหมู่บ้านกับบ้านจำเลย โจทก์ทั้งสองจอดรถยนต์ 2 คัน อยู่ในที่จอดรถติดกับตัวบ้าน จำเลยมีรถยนต์บรรทุกสิบล้อจอดอยู่ในโรงรถข้างบ้านจำเลย คืนเกิดเหตุ จำเลยติดเครื่องรถยนต์บรรทุกสิบล้อโดยประมาทพุ่งเข้าชนรถยนต์ของโจทก์ทั้งสองเสียหายและรถพุ่งเข้าไปกระแทกฝาบ้านพัง เนื่องจากรถยนต์บรรทุกสิบล้อเอาประกันภัยไว้กับบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด จึงเป็นผู้จ่ายค่าซ่อมรถและซ่อมบ้านให้แก่โจทก์ทั้งสองโดยมีนางตุ๋ย ภริยาโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 เป็นคนลงชื่อรับเงินในสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งเป็นแบบฟอร์มของบริษัทวิริยะประกันภัย

จำกัด แต่หลังจากรับเงินแล้ว บ้านที่ซ่อมยังเกิดรอยร้าวและรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ยังต้องซ่อมอีก โจทก์ทั้งสองจึงมาฟ้องเรียกให้จำเลยรับผิดเป็นคดีนี้ สำหรับโจทก์ที่ 2 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 2 ไม่อุทธรณ์ คดีสำหรับโจทก์ที่ 2 จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนโจทก์ที่ 1 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดีโดยให้จำเลยชำระเงินจำนวน 65,000 บาท โจทก์ที่ 1 ไม่อุทธรณ์ แสดงว่าโจทก์ที่ 1 พอใจในค่าเสียหายที่ศาลชั้นต้นกำหนด ค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 1 ขอในส่วนซึ่งเกินจากนั้นจึงเป็นอันยุติ คงเหลือค่าเสียหายให้วินิจฉัยในชั้นฎีกาเพียงว่าโจทก์ที่ 1 มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 65,000 บาท จากจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่เท่านั้น โดยโจทก์ที่ 1 ฎีกาสรุปได้ว่า

สัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีผลบังคับตามกฎหมายเพราะนางตุ๋ยกับโจทก์ที่ 2 ไม่เข้าใจว่าการลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความจะมีผลเป็นการระงับข้อพิพาทซึ่งทำให้เรียกร้องค่าเสียหายอีกไม่ได้ และสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันโจทก์ที่ 1 เพราะโจทก์ที่ 1 ไม่ได้เชิดนางตุ๋ยและโจทก์ที่ 2 ออกแสดงเป็นตัวแทนให้ไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด เห็นว่า ในประเด็นแรก นิติกรรมใดจะไม่มีผลบังคับตามกฎหมายต้องเป็นไปตามหลักโมฆะกรรมหรือโมฆียะกรรมในบรรพ 1 ลักษณะ 4 หมวดที่ 1 และที่ 2 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนความไม่เข้าใจถึงผลของสัญญาประนีประนอมยอมความว่าเป็นการระงับข้อพิพาทของนางตุ๋ยหรือโจทก์ที่ 2 ผู้ลงชื่อในสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น

ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะทำให้สัญญาประนีประนอมยอมความเป็นโมฆะหรือโมฆียะตามบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น สัญญาประนีประนอมยอมความ จึงมีผลบังคับตามกฎหมาย ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น ประเด็นที่สอง สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวผูกพันโจทก์ที่ 1 เพราะถือว่านางตุ๋ยกับโจทก์ที่ 2 เป็นตัวแทนเชิดของโจทก์ที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า จากคำเบิกความของโจทก์ที่ 2 ตอบทนายจำเลยถามค้านและตอบทนายโจทก์ทั้งสองถามติงได้ความว่า นางตุ๋ยอยู่กินฉันสามีภริยากับโจทก์ที่ 1 มาประมาณ 30 ปี และอาศัยอยู่ด้วยกันกับโจทก์ที่ 2 ที่บ้านเกิดเหตุ จากสภาพข้อเท็จจริงดังกล่าวโจทก์ที่ 1 ย่อมทราบถึงการซ่อมรถและซ่อมบ้านที่บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด รับเป็นผู้จัดการให้เป็นอย่างดี

เมื่อซ่อมบ้านเสร็จและนางตุ๋ยตรวจรับมอบงาน ตามใบเซ็นตรวจรับงาน โจทก์ที่ 1 ก็ไม่คัดค้าน ครั้นซ่อมรถเสร็จและนางตุ๋ยกับโจทก์ที่ 2 เป็นคนเซ็นรับค่าซ่อมในสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์ที่ 1 ก็ไม่โต้แย้งคัดค้านว่านางตุ๋ยและโจทก์ที่ 2 ไม่มีอำนาจกระทำแทนตนอีก โดยพฤติการณ์ย่อมฟังได้แล้วว่าโจทก์ที่ 1 รู้แล้วยอมให้นางตุ๋ยภริยาและโจทก์ที่ 2 บุตรเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนในการรับค่าซ่อมบ้านและซ่อมรถตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งการเป็นตัวแทนเชิดนั้นไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 ที่ต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือเหมือนการตั้งตัวแทนทั่วไปดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยไว้อย่างละเอียดแล้ว

สัญญาประนีประนอมยอมความ จึงมีผลบังคับถึงโจทก์ที่ 1 ด้วย เมื่อถือว่าโจทก์ที่ 1 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วยแล้ว โจทก์ที่ 1 ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากมูลละเมิดเดิมได้อีก เพราะสิทธิดังกล่าวระงับสิ้นไปแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 แม้โจทก์ที่ 1 จะเห็นว่าความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นในภายหลังเป็นผลต่อเนื่องมาจากการทำละเมิดเดิมก็ตาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง สำหรับค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกา โจทก์ที่ 1 เสียค่าขึ้นศาลจากทุนทรัพย์ 100,000 บาท แต่ทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ 1 มีสิทธิเรียกร้องในชั้นฎีกามีเพียง 65,000 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์ที่ 1

Result

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินมา 700 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
พิศล พิรุณ · เสรี เพศประเสริฐ · สมเกียรติ เจริญสวรรค์
Lower court
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นางสาวกรองแก้ว ถนอมรอด
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายรุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
Supreme Court black case no.
พ.1550/2557
Trial court black case no.
พ1168/2554
Trial court red case no.
พ745/2555
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7802/2552

ช. นำหนังสือมอบอำนาจที่มี ส. ลงลายมือชื่อและหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทของจำเลยไปมอบให้แก่พนักงานสอบสวน แม้ ส. มิได้ประทับตราสำคัญของจำเลยลงในหนังสือมอบอำนาจ แต่การที่ ช. เจรจาตกลงค่…

Supreme Court Judgment No. 1892/2538

จำเลยและว.ต่างขับรถยนต์โดยประมาทและต่างถูกร้อยตำรวจโทอ.พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับการที่ร้อยตำรวจโทอ.เปรียบเทียบปรับจำเลยและว. และค่าเสียหายของรถยนต์ทั้งสองคันได้มีการตกลงกันให้ต่างคนต่างซ่อมโดยขณะนั…

Supreme Court Judgment No. 6163/2538

จำเลยมอบหมายให้สามีจำเลยทำข้อตกลงกับโจทก์เกี่ยวกับทางพิพาท การที่จำเลยยอมให้สามีจำเลยแสดงออกว่า เป็นตัวแทนของจำเลยทำข้อตกลงกับโจทก์เป็นเรื่องตัวแทนเชิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 821 ไม่อยู่ในบ…

Supreme Court Judgment No. 258/2535

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นบริษัทจำกัดโดยจำเลยที่ 3 เป็นบริษัทรับประกันวินาศภัยจากจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 ได้ตอกเสาเข็มฐานรากอาคารของจำเลยที่ 1 ทำให้บ้านโจทก์ได้รับความเสียหาย ต่อมาจำเลยที…

Supreme Court Judgment No. 520/2519

ห้างหุ้นส่วนจำกัดโจทก์ มี ช. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ พ. บุตรของ ช. เป็นหุ้นส่วนและเป็นพนักงานของห้างโจทก์ พ. คิดเงินที่จำเลยซื้อของไปจากห้องโจทก์แล้วค้างชำระ และ พ. กับจำเลยได้ตกลงเรื่องจำนวนเงินที่เป็น…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up