เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์บรรยายข้อเท็จจริงมาในฟ้องถึงสาเหตุที่โจทก์ต้องฟ้องหย่าว่า เป็นเพราะจำเลยที่ 1 มีพฤติการณ์อุปการะเลี้ยงดู ยกย่องจำเลยที่ 2 ฉันภริยา กล่าวคือ จำเลยทั้งสองเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยกัน พักร่วมอยู่ในบ้านเดียวกัน จำเลยที่ 1 พาจำเลยที่ 2 ไปซื้อของตลาด ร้านแว่นตา ร้านทำผม รับประทานอาหาร ขับรถให้ ถือของให้ ติดต่อกันทางโทรศัพท์ จำเลยที่ 2 เดินทางมาหาจำเลยที่ 1 ที่จังหวัดตราด เพื่อพักอาศัยด้วยกัน บางครั้งจำเลยที่ 1 ก็เดินทางไปหาจำเลยที่ 2 ที่จังหวัดสงขลา ทำเช่นนี้หลายครั้ง ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังเป็นยุติจากการวินิจฉัยพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย แม้จะมีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ก็เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกับข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องแล้วทั้งสิ้น
ไม่มีข้อเท็จจริงใดเป็นข้อเท็จจริงที่อยู่นอกคำฟ้อง ส่วนศาลล่างทั้งสองจะเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่รับฟังเป็นยุตินั้นเป็นเหตุหย่าหรือไม่ และเป็นเหตุหย่าที่ปรับได้กับบทบัญญัติกฎหมายมาตราใด วงเล็บใด เป็นอำนาจหน้าที่และเป็นความเห็นของแต่ละศาล ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์ แม้โจทก์จะอ้างบทกฎหมายมาด้วย แต่ก็ไม่ผูกพันว่าศาลจะต้องปรับบทตามฟ้องของโจทก์ ดังนั้น การที่ศาลปรับบทกฎหมายแตกต่างจากฟ้อง ไม่ถือเป็นการวินิจฉัยนอกฟ้องหรือเป็นการวินิจฉัยในประเด็นอื่นที่มิได้กล่าวมาในฟ้อง คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น
Result
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ