Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1287/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1 กับพวกไปฆ่าผู้ตาย นับว่ามีพฤติการณ์เป็นผู้ที่ร่วมกระทำผิดด้วย จึงถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดของผู้ที่กระทำผิดเพื่อให้ตนเองพ้นจากการเป็นผู้ต้องหาเพราะพนักงานสอบสวนย่อมจะกันไว้เป็นพยานเพื่อให้เบิกความปรักปรำจำเลยที่ 2 ทำให้มีข้อระแวงสงสัยว่าพยานอาจกระทำตามลำพังเอง หรืออาจได้รับการติดต่อจากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่จำเลยที่ 2 ทั้งนี้เพื่อให้ตนและผู้ที่ใช้จ้างวานตนพ้นผิด ดังนี้ คำเบิกความของพยานปากดังกล่าวจึงมีน้ำหนักน้อย จะนำมาใช้ยันจำเลยที่ 2 ซึ่งให้การปฏิเสธตลอดมาหาได้ไม่การที่จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าพยานปากนี้บอกว่าได้รับการติดต่อจากจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้ฆ่าผู้ตายนั้นเป็นเพียงพยานบอกเล่าที่จำเลยที่1 ได้รับทราบจากปากคำของพยานเท่านั้น จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ได้ใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1 กับพวกอีกหนึ่งคนฆ่าผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 83, 84

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานายเอี่ยม ชิตชลธาร บิดาของผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289ประกอบด้วยมาตรา 84 ให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วม โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ก็ให้การรับสารภาพ นำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถ่ายภาพแสดงรายละเอียดเริ่มตั้งแต่นายแหลนพาจำเลยที่ 1 ไปดักดูตัวผู้ตาย แสดงท่าขับขี่รถจักรยานยนต์ให้นายเลื่อมหรือเหลือมซ้อนท้ายไล่ติดตามยิงผู้ตาย ปรากฏตามบันทึกคำให้การของผู้ผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.7 (4 แผ่น) และภาพถ่ายประกอบคำรับสารภาพหมาย จ.8 (10 ภาพ) ได้มีการบันทึกการชี้สถานที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพไว้ตามเอกสารหมาย จ.9 เกี่ยวกับเรื่องที่จำเลยที่ 1รับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนนี้โจทก์มีพันตำรวจโทปลื้ม เหมาชูเกียรติกุล พนักงานสอบสวนมาเบิกความยืนยันการรับสารภาพของจำเลยที่ 1 เชื่อว่าจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจตามความสัตย์จริง

พยานโจทก์มีน้ำหนักและหลักฐานแน่นหนามั่นคง พยานจำเลยที่ 1 ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ คดีฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 ได้ร่วมกับพวกอีก 1 คนฆ่าผู้ตายตามวันเวลาเกิดเหตุจริง โดยในการฆ่าผู้ตายนี้จำเลยที่ 1 กับพวกได้รับการใช้จ้างวานให้กระทำความผิด ดังนั้น จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 83 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์และของโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น โจทก์คงมีพยานที่เบิกความพาดพิงถึงจำเลยที่ 2 เพียงปากเดียวคือ นายมาศหรือแหลน

คงทองจันทร์ ว่าก่อนเกิดเหตุไม่ถึง 10 วัน จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นคนรู้จักกันได้ไปหาตนและบอกให้ตนช่วยหามือปืนไปฆ่าผู้ตาย ตนจึงรับปากและบอกว่าจะหานายเจริญ เดชเหมือน (จำเลยที่ 1) ให้ จำเลยที่ 2บอกว่าจะให้ค่าจ้าง 10,000 บาท หลังจากนั้นตนก็ได้ไปติดต่อว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ไปฆ่าผู้ตายเมื่อจำเลยที่ 1 กับพวกฆ่าผู้ตายแล้ว หลังเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ก็เอาเงินจำนวน 6,400 บาทมาให้ตนเพื่อนำไปมอบให้จำเลยที่ 1 กับพวก ซึ่งตนก็นำไปมอบให้ เห็นว่านายมาศหรือแหลนพยานโจทก์ปากนี้ถือได้ว่าเป็นผู้ใช้จ้างวานให้จำเลยที่ 1 กับพวกไปฆ่าผู้ตายโดยตรง นับว่ามีพฤติการณ์เป็นผู้ที่ร่วมกระทำผิดด้วย จึงถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดของผู้ที่กระทำผิดเพื่อให้ตนเองพ้นจากการเป็นผู้ต้องหาเพราะพนักงานสอบสวนย่อมจะกันไว้เป็นพยานเพื่อให้เบิกความปรักปรำจำเลยที่ 2 ว่าเป็นผู้ติดต่อใช้ให้นายมาศหรือแหลนไปใช้จ้างวานจำเลยที่ 1 กับพวกให้ฆ่าผู้ตาย

กรณีชวนให้มีข้อระแวงสงสัยว่านายมาศหรือแหลนอาจกระทำตามลำพังตนเองหรืออาจได้รับการติดต่อจากบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่จำเลยที่ 2ก็น่าจะเป็นได้ เมื่อเกิดเหตุแล้วจึงให้การซัดทอดว่าจำเลยที่ 2 ใช้ตนให้ไปใช้จ้างวานจำเลยที่ 1 ก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้ตนและผู้ที่ใช้จ้างวานตนพ้นผิด ดังนั้น คำเบิกความของนายมาศหรือแหลนพยานโจทก์จึงมีน้ำหนักน้อยจะนำมาใช้ยันจำเลยที่2 ซึ่งให้การปฏิเสธตลอดมาหาได้ไม่ ส่วนข้อที่จำเลยที่ 1ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่านายมาศหรือแหลนบอกว่าได้รับการติดต่อจากจำเลยที่ 2 เป็นผู้ว่าจ้างให้ฆ่าผู้ตายให้เงินค่าจ้าง 6,400 บาท เนื่องจากจำเลยที่ 2 มีความโกรธเคืองผู้ตายในเรื่องหน้าที่การงานนั้นก็เป็นเพียงพยานบอกเล่าที่จำเลยที่ 1 ได้รับทราบจากปากคำของนายมาศหรือแหลนเท่านั้น จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ

เช่นนี้ศาลฎีกาเห็นว่าพยานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักและหลักฐานมั่นคงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้กระทำผิดจริงตามฟ้องไม่จำต้องวินิจฉัยพยานจำเลยที่ 2 อีก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องของโจทก์และของโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์และโจทก์ร่วมสำหรับจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น'

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4), 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต ที่จำเลยที่ 1 รับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนก็เนื่องจากจำนนต่อพยานหลักฐานจึงไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาไม่ลดโทษให้ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · ชวลิต นราลัย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5253/2549

คดีนี้โจทก์มิได้อ้างและนำสายลับซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความทั้ง ๆ ที่สายลับรู้เห็นเหตุการณ์เช่นเดียวกับสิบตำรวจเอก ส. แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้มีประจักษ์พยานในคดีเพียงปากเดียว ย่อมเป็นการนำสืบพยานเดี…

Supreme Court Judgment No. 4113/2539

บาดแผลที่ผู้ตายได้รับเป็นบาดแผลฉกรรจ์ เมื่อผู้ตายวิ่งมาขอความช่วยเหลือแล้วผู้ตายก็เงียบเสียงไปพูดไม่ได้อีก ขณะนำผู้ตายส่งโรงพยาบาลมีผู้ถามอาการผู้ตาย ผู้ตายส่งเสียงฮือแล้วไม่พูดอะไร การที่ผู้ตายวิ่งมา…

Supreme Court Judgment No. 6655/2538

ศาลชั้นต้นให้โจทก์ใช้คำถามนำในการซักถามผู้เสียหายที่เป็นพยานโจทก์ซึ่งเป็นอัมพาตไม่อาจพูดจาหรือเปล่งเสียงได้ แต่ตอบคำถามโดยวิธีพยักหน้า ยักคิ้ว หรือการนิ่งเฉย เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยป.วิ.พ…

Supreme Court Judgment No. 6357/2537

พยานหลักฐานของโจทก์ว่าจำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงมีแต่คำให้การการรับสารภาพของจำเลยตามบันทึกการตรวจค้นและจับกุมเอกสารหมาย จ.2 โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนว่าจำเลยมีเฮโรอีนดัง…

Supreme Court Judgment No. 5724/2537

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ง. ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เมื่อเห็นผู้ตายได้รับอันตรายสาหัส ง. จะต้องเปิดประตูรถยนต์ออกมาเพื่อจะขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ส่วนจำเลยได้รับอันตรายสาหัสและเมาสุราจำเลยจะต้องออกจากรถยน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up