Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1274/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าพินัยกรรมของ อ. ซึ่งยกทรัพย์มรดกให้จำเลยเป็นพินัยกรรมปลอม ให้จำเลยแบ่งมรดกของ อ.ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง ปรากฏว่าอีกคดีหนึ่งซึ่งจำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของ อ. ตามพินัยกรรม และโจทก์คัดค้านว่าเป็นพินัยกรรมปลอมนั้น คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างว่า มิใช่พินัยกรรมปลอมคำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความในคดีนี้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ดังนั้น ในคดีนี้โจทก์จะกล่าวอ้างว่าพินัยกรรมดังกล่าวเป็นพินัยกรรมปลอมหาได้ไม่แม้พินัยกรรมจะมิได้ลงชื่อผู้พิมพ์พินัยกรรมตามมาตรา 1671ก็ตาม หาก อ. ผู้ทำพินัยกรรมเป็นผู้จัดพิมพ์พินัยกรรมเองก็ไม่จำต้องลงชื่อระบุว่าเป็นผู้พิมพ์พินัยกรรมตามมาตราดังกล่าว ทั้งพินัยกรรมที่มิได้ลงชื่อผู้พิมพ์ก็หาทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะไม่ เพราะมาตรา 1705หาได้บัญญัติให้พินัยกรรมที่ทำไม่ถูกต้องตามมาตรา 1671เป็นโมฆะด้วยไม่คดีมีประเด็นว่าพินัยกรรมตามที่จำเลยอ้างเป็นพินัยกรรมปลอมหรือไม่ ไม่มีข้อเท็จจริงโต้เถียงกันว่าจำเลยเป็นผู้เขียนหรือผู้พิมพ์พินัยกรรมหรือไม่แต่อย่างใดการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงซึ่งคู่ความมิได้นำสืบและมิใช่ประเด็นแห่งคดี โดยฟังว่าจำเลยเป็นผู้พิมพ์พินัยกรรม แล้วนำมาวินิจฉัยปรับเป็นข้อกฎหมายว่าจำเลยต้องห้ามมิให้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมพินัยกรรมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1653,1705ย่อมเป็นการชี้ขาดตัดสินคดีนอกฟ้องนอกประเด็น แม้ปัญหาดังกล่าวจะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ก็จะต้องเป็นข้อกฎหมายที่เกิดจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรของพลอากาศตรีหลวงอิศรางกูรเสนีย์และนางประยงค์ ซึ่งต่อมาบิดามารดาโจทก์เลิกร้างกัน และบิดาโจทก์ได้สมรสกับจำเลย ขณะบิดาโจทก์ตายมีทรัพย์มรดกตกได้แก่โจทก์และจำเลยคนละครึ่ง แต่จำเลยไม่ยอมแบ่งให้ อ้างว่าบิดาโจทก์ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลยแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาว่าพินัยกรรมที่จำเลยอ้างเป็นพินัยกรรมปลอม ให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่งจำเลยให้การว่า บิดาโจทก์ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลยจริง ไม่ใช่พินัยกรรมปลอม

จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์และตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ฟ้องโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้อนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่งจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า พยานหลักฐานจำเลยมีน้ำหนักดีกว่าฝ่ายโจทก์และวินิจฉัยต่อไปว่า ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 9832/2518ของศาลแพ่ง ซึ่งจำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของพลตรีหลวงอิศรางกูรเสนีย์ตามพินัยกรรมและโจทก์ได้คัดค้านว่าเป็นพินัยกรรมปลอมนั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยต้องกันว่าพลอากาศตรีหลวงอิศรางกูรเสนีย์และจำเลยได้ทำพินัยกรรมร่วมกันจริงมิใช่พินัยกรรมปลอม และตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก

บัดนี้คดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1273/2520 ระหว่างนางอิศรางกูรเสนีย์(จินดา อิศรางกูร) ผู้ร้อง นางสมานศรี พลางกูร ผู้คัดค้าน คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความในคดีนี้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 ฉะนั้น โจทก์จะกล่าวอ้างว่าพินัยกรรมที่จำเลยอ้างเป็นพินัยกรรมปลอมหาได้ไม่ ข้อเท็จจริงจึงฟังว่าพลอากาศตรีหลวงอิศรางกูรเสนีย์และจำเลยได้ทำพินัยกรรมร่วมกันตามเอกสารหมาย ล.7 หรือจ.2 จริงส่วนปัญหาตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า แม้พินัยกรรมจะได้ทำขึ้นจริง พินัยกรรมก็ไม่มีชื่อผู้เขียนหรือผู้พิมพ์อันเป็นรูปแบบของพินัยกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1671 และเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้พิมพ์พินัยกรรมเอง จึงต้องห้ามมิให้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม และพินัยกรรมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1653, 1705 นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้พินัยกรรมเอกสารหมายล.7 หรือ จ.2 จะมิได้ลงชื่อผู้พิมพ์พินัยกรรมตามมาตรา 1671 ก็ตาม หากพลอากาศตรีหลวงอิศรางกูรเสนีย์ผู้ทำพินัยกรรมเป็นผู้จัดพิมพ์พินัยกรรมเองก็ไม่จำเป็นจะต้องลงชื่อระบุว่าเป็นผู้พิมพ์พินัยกรรมตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าว ทั้งพินัยกรรมที่มิได้ลงชื่อผู้พิมพ์ก็หาทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะไม่เพราะมาตรา 1705 ที่บัญญัติให้พินัยกรรมที่ทำขึ้นขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตราต่าง ๆ เป็นโมฆะนั้น หาได้บัญญัติให้พินัยกรรมที่ทำไม่ถูกต้องตามมาตรา 1671 เป็นโมฆะด้วยไม่ คดีนี้ประเด็นมีว่าพินัยกรรมตามที่จำเลยอ้างเป็นพินัยกรรมปลอมหรือไม่ ไม่มีข้อเท็จจริงโต้เถียงกันว่าจำเลยเป็นผู้เขียนหรือผู้พิมพ์พินัยกรรมหรือไม่แต่อย่างใด

การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงซึ่งคู่ความมิได้นำสืบและมิใช่ประเด็นแห่งคดี โดยฟังว่าจำเลยเป็นผู้พิมพ์พินัยกรรมปลอม แล้วนำมาวินิจฉัยปรับเป็นข้อกฎหมายว่า จำเลยเป็นผู้พิมพ์พินัยกรรม ต้องห้ามมิให้รับทรัพย์ตามพินัยกรรม และพินัยกรรมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1653, 1705 นั้น ย่อมเป็นการชี้ขาดตัดสินคดีนอกฟ้องนอกประเด็น แม้ปัญหาดังกล่าวจะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลอาจยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีไปได้โดยไม่ต้องมีคู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้าง ก็จะต้องเป็นข้อกฎหมายที่เกิดจากข้อเท็จจริงในการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เมื่อฟังว่าพลอากาศตรีหลวงอิศรางกูรเสนีย์ได้ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย ล.7 หรือ จ.2 ซึ่งเป็นพินัยกรรมที่ชอบด้วยกฎหมายยกทรัพย์มรดกส่วนของตนทั้งหมดให้แก่จำเลยแล้ว โจทก์ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมจึงถูกตัดมิให้รับมรดก ไม่มีสิทธิฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยได้พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up