Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1271/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลง ทำสัญญาขายฝากที่ดินของจำเลยที่ 1ให้ไว้แก่โจทก์โดย เอาจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตาม สัญญากู้ยืมมารวมเป็นราคาขายฝากและได้ ทำสัญญาขายฝากเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม กฎหมายมี ผลใช้บังคับกันได้ แล้ว การกระทำดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่ง เป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 349 มีผลทำให้หนี้ตามสัญญากู้เป็นอันระงับไป.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้กู้เงินโจทก์จำนวน 100,000 บาทสัญญาจะให้ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระเงินกู้ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาเมื่อครบกำหนดตามสัญญา จำเลยที่ 1ผิดสัญญาไม่ชำระดอกเบี้ยและต้นเงินให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงิน 100,000 บาท และดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้อง83,750 บาท รวมเป็นเงิน 183,750 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้องจริง แต่จำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 45059 ขายฝากให้แก่โจทก์ โดยโจทก์และจำเลยที่ 1 ตกลงให้นำจำนวนหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระให้โจทก์มารวมเป็นหนี้ที่จะต้องชำระตามสัญญาขายฝากจำนวนเงิน 698,000 บาท และให้ยกเลิกสัญญากู้ยืมเงิน

ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และโจทก์ได้รับเงินค่าไถ่ถอนการขายฝากจากจำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมเงินอีก ขอให้ยกฟ้องโจทก์จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การเกินกำหนด ศาลชั้นต้นไม่รับคำให้การโจทก์ไม่ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขาดนัดยื่นคำให้การศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 100,000 บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 3สิงหาคม 2522 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 83,750 บาทจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายฝากตามเอกสารหมาย จ.14เป็นการแปลงหนี้ใหม่ มีผลทำให้หนี้ตามสัญญากู้ยืมเอกสารหมาย จ.2ระงับไปหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้จากการนำสืบรับกันว่า ที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายฝาก ได้เอาจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ตามสัญญากู้ยืมมารวมเป็นราคาขายฝาก และได้ทำสัญญาขายฝากเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายมีผลใช้บังคับกันได้ไปแล้ว การกระทำดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 349 มีผลทำให้หนี้ตามสัญญากู้เป็นอันระงับไป ส่วนการที่โจทก์และจำเลยที่ 1 ได้ทำการไถ่ถอนการขายฝาก และเกิดมีปัญหาโต้แย้งขึ้นหลังจากจดทะเบียนไถ่ถอนการขายฝากว่าจำเลยที่ 1 นำเอาเช็คที่ชำระเป็นค่าไถ่ถอนการขายฝากไปหรือไม่

ก็เป็นปัญหาทีเกิดขึ้นภายหลัง ปัญหาดังกล่าว หาเป็นเหตุที่จะทำให้หนี้ตามสัญญาขายฝากมิได้เกิดมีขึ้นหรือได้ยกเลิกเสียเพราะมูลแห่งหนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือเพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันมิรู้ถึงคู่กรณีไม่ กรณีไม่อยู่ในเหตุที่จะทำให้หนี้ตามสัญญากู้ยืมไม่ระงับ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 351 โจทก์จะนำเอาสัญญากู้ยืมซึ่งหนี้ได้ระงับไปแล้ว มาฟ้องเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้อีกไม่ได้ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่มีเจตนาที่จะแปลงหนี้เพราะการทำสัญญาขายฝากเป็นการรับรองหนี้เก่าและเพื่อความสะดวกในการชำระหนี้เก่า กับต้องการถือเอาการไถ่ถอนทรัพย์ที่ขายฝากเป็นหนี้ตามสัญญากู้ยืม ขอให้ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่าจำเลยที่ 1ได้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมและตามสัญญาขายฝากให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่เห็นว่า

เมื่อฟังได้ดังกล่าวข้างต้นว่าได้มีการแปลงหนี้ตามสัญญากู้ยืมมาเป็นหนี้ตามสัญญาขายฝาก ทั้งได้มีการปฏิบัติตามสัญญาขายฝากไปเสร็จสิ้นแล้ว จะให้ฟังว่าโจทก์ไม่มีเจตนาที่จะแปลงหนี้ไม่ได้และคดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมและสัญญาขายฝากให้แก่โจทก์หรือไม่ซึ่งมิใช่เป็นประเด็นในคดี จึงไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6631/2568

เดิมจำเลยกู้ยืมเงินจาก พ. ต่อมามีการนำเงินต้นและดอกเบี้ยที่ค้างชำระรวมกันเป็นเงินต้นและทำสัญญาใหม่เปลี่ยนตัวเจ้าหนี้จาก พ. เป็นโจทก์ โดยมีการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินที่จำเลยจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประก…

Supreme Court Judgment No. 1003/2566

หนี้ตามสัญญากู้เงินพิพาทเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงแต่โจทก์ไม่…

Supreme Court Judgment No. 1389/2561

ข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) ระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 5 เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ค้ำประกันด้วยกันเอง โจทก์ในฐานะผู้รับโอนหนี้จากธนาคาร ด. มิได้ตกลงยินยอมด้วย จึงไม่มีผลให้จำเลยที่ 5 หลุดพ้นจากการเป็นผู้ค้ำ…

Supreme Court Judgment No. 8089/2560

จำเลยที่ 3 ได้ทำหนังสือค้ำประกันให้ไว้แก่โจทก์ความว่า ตามที่จำเลยที่ 1 รับจ้างปรับปรุงตกแต่งอาคารสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และได้ตกลงสั่งซื้อสินค้าและว่าจ้างโจทก์ติดต…

Supreme Court Judgment No. 13199/2558

ก่อนที่จำเลยที่ 1 จะทำสัญญาจะซื้อจะขายทาวน์เฮ้าส์ให้แก่โจทก์ โจทก์มีสิทธิได้รับเงินจากการขายที่ดินโฉนดเลขที่ 177532 จำนวน 6,000,000 บาท จากจำเลยที่ 2 และได้แปลงหนี้ใหม่มาเป็นสัญญาจะซื้อจะขายทาวน์เฮาส์…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up