คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๑ โจทก์ได้มีหนังสือเสนอขายกระดาษปรู๊ฟ ๕๐,๐๐๐ ริม ราคาริมละ ๕๒ บาทและกระดาษปอนด์สีขาว ๕๐,๐๐๐ ริม ราคาริมละ ๑๒๐ บาท รวมเป็นเงิน ๘,๐๘๐,๐๐๐ บาท ให้แก่กระทรวงการอุตสาหกรรมโดยโจทก์ขอรับเงินล่วงหน้าเป็นเงินปอนด์สเตอริงเป็นจำนวน ๒๐๒,๐๐๐ ปอนด์ กระทรวงการอุตสาหกรรมได้พิจารณาคำสนองของโจทก์แล้วตกปากลงคำสนองรับซื้อกระดาาตามคำเสนอของโจทก์โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือและได้แจ้งให้โจทก์ทราบคำรับสนองรับแล้ว ต่อมาจำเลยกลับถ้อยคืนคำไม่ยอมสัญญาซื้อขายกระดาษรายนี้กับโจทก์และไม่ยอมจ่ายเงินราคาล่วงหน้าให้โจทก์ โดยอ้างว่าคำสนองรับยังไม่ผูกพันจำเลยบ้าง ยังไม่มีเงินตราบ้างเป็นเหตุให้โจทก์เสียหายมาก ซึ่งโจทก์ขอสงวนสิทธิไว้ว่ากล่าวเอากับจำเลยต่อไป ขอให้ศาลแสดงว่าการกระทำระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาจะซื้อขายมีผลผูกพันและบังคับได้ตามกฎหมาย เสียค่าขึ้นศาล ๑๕ บาทเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ จำเลยปฏิเสธความรับผิด ต่อสู้ว่ายังไม่มีผลผูกพันเป็นสัญญาจะซื้อขาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาได้ประชุมใหญ่มีมติว่าตามคำฟ้องที่โจทก์กล่าวอ้างขึ้นมานี้ยังไม่เป็นเหตุผลที่โจทก์จะต้องมาขอใช้สิทธิทางศาล ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๕๕ เพราะเป็นเรื่องที่ขอให้แสดงว่า ได้มีการตกลงจะทำสัญญากันระหว่างโจทก์จำเลยแล้ว หรือไม่เท่านั้น ถ้าโจทก์ยืนยันว่าได้มีการตกลงกับจำเลยแล้ว และจำเลยกระทำผิดข้อตกลงอย่างใด โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวในทางนั้น ฉะนั้นในเรื่องนี้จึงยังไม่เป็นมูลกรณีที่จะพึงฟ้องร้องกัน
Result
พิพากษายืน