คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83,91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511 มาตรา 7, 27, 28 ให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายแต่ละคนรวม 93,000 บาทระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายทั้งสามยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตจำเลยให้การรับสารภาพ และได้ชดใช้เงินแก่โจทก์ร่วมทั้งสามแล้วจำนวน 28,000 บาทศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341, 83, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7, 27, 28 เรียงกระทงลงโทษให้จำคุกกระทงละ 4 เดือน รวม 3 กระทง คงจำคุก 12 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 6 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 65,000 บาทที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายด้วยโจทก์ร่วมทั้งสามและจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์และคำให้การรับสารภาพของจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า
จำเลยไม่ได้มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสามแต่อย่างใด จำเลยเพียงแต่อ้างการจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 7, 27, 28 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 ด้วยหรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวแต่เพียงว่า
จำเลยกับพวกร่วมกันจัดหางานแก่คนงานโดยทั่วไป โดยจำเลยกับพวกดังกล่าวได้เรียกและรับค่าบริการเป็นเงินเป็นค่าตอบแทนการจัดหางาน ทั้งนี้ โดยจำเลยกับพวกไม่ได้รับอนุญาตจัดหางานจากนายทะเบียนตามกฎหมายไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ดำเนินการอย่างไรบ้างในการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งข้อเท็จจริงตามคำบรรยายฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพก็ฟังได้ว่า จำเลยไม่สามารถและไม่มีเจตนาที่จะจัดส่งโจทก์ร่วมทั้งสามไปทำงานยังประเทศซาอุดีอาระเบียแต่ประการใดแสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่โจทก์ร่วมทั้งสาม แต่ได้อ้างเอาการจัดหางานมาเป็นวิธีการหลอกลวงเพื่อให้โจทก์ร่วมทั้งสามหลงเชื่อยอมให้เงินแก่จำเลยเท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงไม่พอฟังว่าจำเลยได้ดำเนินการจัดหางานอันจะเป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511 ดังที่โจทก์ฟ้อง..."
Result
พิพากษายืน.