Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1231/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานยักยอกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก,91 รวม 106 กระทง จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 106 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุกกระทงละ 20 วัน เป็นการแก้ไขเล็กน้อย และโทษจำคุกไม่เกินห้าปี คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลควรจะยกฟ้องโจทก์ทั้ง 159 กรรม มิใช่เพียง59 กรรม ด้วยเหตุผล 6 ประการ ตามฎีกาของจำเลยซึ่งล้วนแต่เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกันหรือไม่ โดยจำเลยอ้างว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังพยานหลักฐานที่ไม่มีเอกสารเป็นการไม่ชอบ ก็เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมา เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้าง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์ข้อ 3 ถึงข้อ 7,ข้อ 9 ถึงข้อ 17, ข้อ 19, ข้อ 21 ถึงข้อ 30, ข้อ 32, ข้อ 34, ข้อ 35, ข้อ 38 ถึงข้อ 40, ข้อ 42, ข้อ 44 ถึงข้อ 48, ข้อ 50, ข้อ 51, ข้อ 53 ถึงข้อ 57, ข้อ 59,ข้อ 64, ข้อ 66 ข้อ 67, ข้อ 69, ข้อ 71 ถึงข้อ 76, ข้อ 81 ถึงข้อ 85, ข้อ 87,ข้อ 90, ข้อ 92, ข้อ 94 ข้อ 95, ข้อ 98, ข้อ 100 ถึงข้อ 105, ข้อ 108 ถึงข้อ 111,ข้อ 113, ข้อ 114, ข้อ 117, ข้อ 118, ข้อ 120, ข้อ 122 ถึงข้อ 124, ข้อ 127,ข้อ 129, ข้อ 132 ถึงข้อ 134, ข้อ 137 ถึงข้อ 139, ข้อ 141, ข้อ 143 ถึงข้อ 146,ข้อ 149, ข้อ 151, ข้อ 153 ถึงข้อ 159 ฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรม

รวม 106 กระทง จำคุกกระทงละ1 เดือน รวมจำคุก 106 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องโจทก์ข้อ 4ครั้งที่ 3 ถึงครั้งที่ 7, ครั้งที่ 9 ถึงครั้งที่ 17, ครั้งที่ 19, ครั้งที่ 21, ถึงครั้งที่ 30,ครั้งที่ 32, ครั้งที่ 34, ครั้งที่ 35, ครั้งที่ 38 ถึงครั้งที่ 40, ครั้งที่ 42, ครั้งที่ 44ถึงครั้งที่ 48, ครั้งที่ 50, ครั้งที่ 51, ครั้งที่ 53 ถึงครั้งที่ 57, ครั้งที่ 59, ครั้งที่ 64,ครั้งที่ 66, ครั้งที่ 67, ครั้งที่ 69, ครั้งที่ 71 ถึงครั้งที่ 76, ครั้งที่ 81 ถึงครั้งที่ 85,ครั้งที่ 87, ครั้งที่ 90, ครั้งที่ 92 ครั้งที่ 94, ครั้งที่ 95, ครั้งที่ 98, ครั้งที่ 100 ถึงครั้งที่ 105, ครั้งที่ 108 ถึงครั้งที่ 111, ครั้งที่ 113, ครั้งที่ 114, ครั้งที่ 117,ครั้งที่ 118, ครั้งที่ 120, ครั้งที่ 122 ถึงครั้งที่ 124, ครั้งที่ 127, ครั้งที่ 129,ครั้งที่ 132 ถึงครั้งที่ 134, ครั้งที่ 137 ถึงครั้งที่ 139, ครั้งที่ 141, ครั้งที่ 143ถึงครั้งที่ 146, ครั้งที่ 149, ครั้งที่ 151 ครั้งที่ 153 ถึงครั้งที่ 159 ฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 รวม 106 กระทง จำคุกกระทงละ 1 เดือน ลดโทษให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกกระทงละ20 วัน รวมเป็นโทษจำคุกจำเลย 2,120 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก, 91 รวม106 กระทง จำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 106 เดือน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุกกระทงละ 20 วัน จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และโทษจำคุกไม่เกินห้าปี คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลควรจะยกฟ้องโจทก์ทั้ง 159 กรรม มิใช่เพียง 59 กรรม ด้วยเหตุผล 6 ประการ ตามฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ก. ถึง จ. นั้น ล้วนแต่เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกันหรือไม่ โดยจำเลยอ้างว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังพยานหลักฐานที่ไม่มีเอกสารเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า ฎีกาของจำเลยในปัญหานี้เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมา เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้าง จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ฉะนั้นฎีกาของจำเลยจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาจำเลย

Matter details

Panel of judges
สุมิตร สุภาดุลย์ · ชวลิต ธรรมฤาชุ · สมชัย เกษชุมพล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Supreme Court Judgment No. 9076/2558

แม้ปัญหาเรื่องสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ก็…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up