คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ฆ่าเด็กชายคาน ภิรมย์ศรี โดยไตร่ตรองและโดยทรมานทารุณโหดร้าย ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 92, 33จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานไม่พอฟังลงโทษจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยฆ่าเด็กชายคานแต่ไม่ใช่เป็นการไตร่ตรองไว้ก่อนและไม่ใช่เป็นการทารุณโหดร้าย พิพากษากลับเป็นว่าจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ให้จำคุก 15 ปี เพิ่มโทษ 1 ใน 3 ตามมาตรา 92 คงจำคุก 20 ปี ริบมีดของกลางโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ฆ่าเด็กชายคานจริงแต่รูปคดียังไม่ชี้ชัดไปทีเดียวว่าจำเลยฆ่าเด็กชายคานโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือโดยทรมานทารุณโหดร้าย ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 289 เช่นนี้ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์ได้ฎีกาขอให้วางโทษจำเลยให้หนักขึ้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบกับมาตรา 225 แล้ว
Result
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต ที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 นั้น ศาลได้วางโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตแล้วจึงเพิ่มโทษอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51 ยกฎีกาจำเลย นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์