Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 122/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เดิมพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โดย ป.ผู้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นโจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกมีพินัยกรรมของ ค.จากจำเลยซึ่งเป็นบุพพการีของ บ.โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1534. ต่อมาป.ย้ายไปรับราชการประจำกรมอัยการ ดังนี้ เห็นว่าป.เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ มิได้ฟ้องเป็นส่วนตัว โดยได้รับมอบอำนาจจากบรรดาทายาท. ฉะนั้น ในการดำเนินคดี หากป.ไม่อยู่หรือถูกย้ายไปพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่คนอื่นๆ ก็มีอำนาจดำเนินคดีแทนป.ได้โดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากป.อีก.โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยแบ่งที่นาพิพาทให้แก่บรรดาทายาทตามพินัยกรรมของค.. จำเลยต่อสู้ว่าที่นาพิพาททั้งหมดเป็นของจำเลย มิใช่มรดกของค.. ดังนี้คำฟ้องและคำขอของโจทก์เพียงขอให้แบ่งที่นาพิพาทบางส่วนแก่ทายาทตามพินัยกรรมของค.เท่านั้น มิได้ฟ้องและมีคำขอให้ใช้ค่าเสียหายในการที่บรรดาทายาทมิได้รับประโยชน์จากที่นาพิพาทในระหว่างคดี. ฉะนั้น การที่โจทก์ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการผลประโยชน์ที่นาพิพาทเพื่อรวบรวมผลประโยชน์ในระหว่างคดีแบ่งให้แก่ทายาท จึงเป็นการนอกฟ้องและเกินคำขอ.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ โจทก์ร้องและขอแก้ไขเพิ่มเติมว่า ศาลพิพากษาให้จำเลยแบ่งทรัพย์มรดกที่นารวม 900 ไร่เศษให้แก่ทายาทผู้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายคำตัน สุขเกษม เจ้ามรดก ที่นาดังกล่าวนี้จะตกได้แก่ทายาทประมาณสองในสามส่วนร่วมกับจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมให้ทายาทของเจ้ามรดกเข้าจัดการร่วม เป็นเหตุให้ผลประโยชน์ค่าเช่านาต้องสูญหายไปเป็นจำนวนมาก คิดเป็นเงินปีละไม่ต่ำกว่า 60,000 บาทซึ่งควรจะได้แก่ทายาทผู้ฟ้องแบ่งมรดกรายนี้ ฉะนั้น เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด โจทก์ขอให้ศาลสั่งดำเนินการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของทายาทผู้ได้รับผลตามคำพิพากษา ในอันจะได้ผลประโยชน์ค่าเช่านาเกี่ยวกับทรัพย์พิพาทในระหว่างพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ฎีกาต่อไป

เพราะขณะนี้จวนถึงฤดูทำนาแล้วโดยขอให้ตั้งจ่าศาลจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้จัดการทรัพย์สินพิพาท หรือให้คู่ความประมูลเช่านาพิพาทเพื่อเก็บค่าเช่านาส่วนพิพาทรักษาไว้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หากฝ่ายใดชนะคดี ก็ได้รับเงินส่วนนี้ไป จำเลยแถลงคัดค้านว่า ร้อยตำรวจตรีประสพ ภู่ทองคำ ผู้ยื่นคำร้องไม่มีอำนาจเข้ามาเป็นโจทก์ เพราะทายาทไม่ได้ขอร้องให้ร้อยตำรวจตรีประสพฟ้อง ค่าเช่านาหรือข้าวในนาพิพาทไม่ใช่ทรัพย์สินที่พิพาทในคดี นาพิพาทจำเลยให้คนเช่าทำยังไม่ครบกำหนดสัญญาจะนำมาประมูลไม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจร้องขอความคุ้มครอง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์มีอำนาจร้องขอความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 และเห็นสมควรตั้งจ่าศาลจังหวัดเชียงใหม่ จึงสั่งตั้งจ่าศาลจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้จัดการทรัพย์สินเฉพาะนาพิพาท 36 แปลง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา คดีฟังได้ว่า เดิมพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายประสิทธิ์ จันทรศัพท์ ผู้ดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดเชียงใหม่เป็นโจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกมีพินัยกรรมของนายคำตัน สุขเกษม จากจำเลยซึ่งเป็นบุพการีของนางบัวนำ สุคันธกุล กับพวก โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1534 ต่อมานายประสิทธิ์จันทรศัพท์ ย้ายไปรับราชการประจำกรมอัยการ จึงได้ยื่นคำแถลงต่อศาลมอบให้ร้อยตำรวจตรีประสพ ภู่ทองคำ ผู้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วยจังหวัดเชียงใหม่ดำเนินคดีต่อไป

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้นายประสิทธิ์ จันทรศัพท์ เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ มิใช่ฟ้องเป็นส่วนตัวโดยได้รับมอบอำนาจจากบรรดาทายาท ฉะนั้น ในการดำเนินคดีหากนายประสิทธิ์ จันทรศัพท์ ไม่อยู่หรือถูกย้ายไป พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่คนอื่น ๆ ก็มีอำนาจดำเนินคดีแทนนายประสิทธิ์ จันทรศัพท์ ได้ ในฐานะที่แต่ละคนมีตำแหน่งหน้าที่เป็นพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในตัวโดยไม่ต้องได้รับมอบอำนาจจากนายประสิทธิ์ จันทรศัพท์ อีก คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยแบ่งที่นาพิพาทให้แก่บรรดาทายาทตามพินัยกรรมของนายคำตัน สุขเกษม จำเลยต่อสู้ว่าที่นาพิพาททั้งหมดเป็นของจำเลยมิใช่มรดกของนายคำตัน

สุขเกษมเห็นได้ว่าฟ้องและคำขอของโจทก์เพียงขอให้แบ่งที่นาพิพาทบางส่วนแก่ทายาทตามพินัยกรรมของนายคำตัน สุขเกษม เท่านั้น มิได้ฟ้องและมีคำขอให้ใช้ค่าเสียหายในการที่บรรดาทายาทมิได้รับประโยชน์จากที่นาพิพาทในระหว่างคดี ฉะนั้นการที่โจทก์ร้องขอให้ตั้งผู้จัดการผลประโยชน์ที่นาพิพาท เพื่อรวบรวมผลประโยชน์ในระหว่างคดีแบ่งให้แก่บรรดาทายาท จึงเป็นการนอกฟ้องและเกินคำขอ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า แม้ทายาทจะมีสิทธิได้แบ่งที่นาพิพาทจากจำเลยตั้งแต่วันพิพากษาก็ดีหรือจะมีสิทธิได้ดอกผลในนาพิพาทตั้งแต่วันที่ศาลชั้นต้นแบ่งที่นาพิพาทให้แก่ทายาทก็ดี หรือทายาทจะได้รับความเสียหาย ในกรณีนี้อย่างไรก็ดีเป็นสิทธิของทายาทจะต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย จึงยังไม่มีเหตุสมควรจะสั่งคุ้มครองตามคำร้องขอของโจทก์

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สวิง ลัดพลี · ประกอบ หุตะสิงห์ · วิเชียร เศวตรุนทร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up