Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1211/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ ศาลฎีกาจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 640 และมาตรา 650 ลักษณะ 9 เรื่องยืม เป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมให้ผู้ยืมใช้สอยทรัพย์สินที่ยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ยืมหาใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืมไม่ การที่โจทก์ผู้ให้ยืมให้จำเลยยืมเงินไปเป็นการทดรองเพื่อให้จำเลยนำไปใช้สอยในกิจการของโจทก์เป็นประโยชน์ของโจทก์ผู้ให้ยืมเอง รูปเรื่องจึงปรับเข้าด้วยลักษณะ 9 เรื่องยืมแห่งบทบัญญัติกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงผูกพันกันในลักษณะอื่นโดยเฉพาะ ต้องพิจารณาเจตนารมณ์ระหว่างคู่กรณีมุ่งผูกพันกันแค่ไหนอย่างไร การที่จำเลยลงชื่อในใบยืมเงินทดรองของโจทก์นั้นได้กระทำไปโดยตำแน่งหน้าที่ของจำเลยในฐานะพนักงานของโจทก์ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตนตามระเบียบแบบแผนของโจทก์ที่วางไว้เพื่อใช้ดำเนินงานของโจทก์โดยมอบให้ จ.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโจทก์ไปดำเนินการต่อไปเพื่อให้งานของโจทก์ดำเนินไปโดยเรียบร้อย แม้จะมีข้อบังคับให้ผู้ยืมต้องนำใบสำคัญคู่จ่ายที่ถูกต้องพร้อมทั้งเงินที่เหลือจ่ายส่งใช้แก่โจทก์ตามกำหนด ก็เป็นเรื่องกำหนดความรับผิดชอบของผู้ยืมไว้เป็นการเฉพาะเป็นหลักปฏิบัติงานในหน่วยงานของโจทก์เมื่อจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมาย แต่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินรายพิพาทแก่โจทก์.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานของโจทก์ได้ยืมเงินทดรองซึ่งเป็นเงินยืมประจำเจ้าหน้าที่สำหรับหมุนเวียนทดรองจ่ายในงานประจำของจำเลยไปจากโจทก์ ๕ คราว รวมเป็นเงิน ๓๔,๕๐๐ บาท โดยจำเลยได้ทำสัญญายืมและจะนำใบสำคัญคู่จ่ายทั้งเงินที่เหลือจ่ายส่งใช้และคืนภายในกำหนด ต่อมาจำเลยได้นำใบสัญญาคู่จ่ายมาชำระหนี้เงินยืมแก่โจทก์แล้วเป็นเงิน ๙,๖๓๕.๙๕ บาท คงค้างชำระเป็นเงิน ๒๔,๘๖๔.๐๕ บาท ซึ่งจำเลยมิได้นำใบสัญญาคู่จ่ายมาชำระหนี้แก่โจทก์ และมิได้ชำระเงินที่เหลือจ่ายแก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยมีเงินประกันตัวของจำเลยอยู่กับโจทก์จำนวน ๕,๒๓๐ บาท โจทก์นำเงินประกันนั้นหักชำระหนี้โจทก์แล้วคงเหลือเงินจะต้องชดใช้แก่โจทก์อีก ๑๙,๖๓๔.๐๕ บาท ขอให้บังคับจำเลยใช้เงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยยืมเงินทดรองจ่ายเพื่อใช้ในกิจการและเพื่อประโยชน์ของโจทก์ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่จำเลยได้รับมอบหมาย เมื่อจำเลยรับเงินทดรองจ่ายมาแล้วได้มอบหมายเงินนั้นแก่นางสาวจินตนาพนักงานออกของของโจทก์ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการออกของของโจทก์ จำเลยปฏิบัติตามควรแก่หน้าที่แล้วความเสียหายที่เกิดแก่โจทก์เกิดจากความจงใจและประมาทเลินเล่อของโจทก์เอง โจทก์ไม่มีสิทธิหักเงินประกันตัวจำเลยจำนวน ๕,๒๓๐ บาท และตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์คืนเงินจำนวน ๕,๒๓๐ บาท แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นคนยืมเงินโจทก์ไปทำหลักฐานการยืมว่าจำเลยยอมรับผิดชดใช้คืนภายใน ๑๕ วัน ความรับผิดของจำเลยต่อโจทก์ต้องเป็นไปตามใบยืม โจทก์มีสิทธินำเงินประกันของจำเลยจำนวน ๕,๒๓๐ บาท มาหักชำระหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน ๑๙,๖๓๔.๐๕ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องและให้บังคับตามฟ้องแย้ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา คดีนี้

โจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย การวินิจฉัยปัญหาเช่นว่านี้ ศาลฎีกาจึงต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า ขณะจำเลยเป็นพนักงานของโจทก์ตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายจัดหา รักษาการในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายจัดหา ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ จำเลยยืมเงินทดรองจ่ายไปจากโจทก์เพื่อใช้จ่ายในกิจการของโจทก์ ๕ ครั้ง รวมเป็นเงิน๓๔,๕๐๐ บาทจำเลยมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้นางสาวจินตนาพนักงานลูกจ้างของโจทก์ในฝ่ายจัดหาซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของจำเลยและทำหน้าที่พนักงานออกของ (ชิปปิ้ง) รับไปใช้จ่ายในการออกสินค้าของโจทก์ที่ส่งมาจากต่างประเทศจากการท่าเรือแห่งประเทศไทยนางสาวจินตนาใช้จ่ายเงินไปโดยมีหลักฐานเพียง ๙,๖๓๕.๙๕ บาท

ส่วนจำนวนเงินนอกนั้นนางสาวจินตนาอ้างว่าใช้จ่ายในการออกสินค้าของโจทก์เช่นกัน แต่ไม่มีหลักฐานการจ่ายเงินมาแสดง และไม่ได้คืนเงินที่เหลือจากค่าใช้จ่ายจำนวน ๒๔,๘๖๔.๐๕ บาท นางสาวจินตนาทำบันทึกยอมรับผิดชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ ต่อมาจำเลยออกจากงานขององค์การโจทก์ โจทก์หักเงินประกันตัวของจำเลยไว้ ๕,๒๓๐ บาท เพื่อชำระหนี้รายนี้บางส่วน แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๔๐ บัญญัติว่า 'อันว่ายืมใช้คงรูปนั้นคือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ยืมให้บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ยืมใช้สอยทรัพย์สินสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เปล่าและผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินนั้น เมื่อได้ใช้สอยเสร็จแล้ว และมาตรา ๖๕๐ บัญญัติว่า 'อันว่ายืมใช้สิ้นเปลืองนั้นคือสัญญาซึ่งผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินชนิดใช้ไปสิ้นไปนั้นเป็นปริมาณมีกำหนดให้ไปแก่ผู้ยืม และผู้ยืมตกลงว่าจะคืนทรัพย์สินเป็นประเภท ชนิดและปริมาณเช่นเดียวกันให้แทนทรัพย์สินซึ่งให้ยืม' ดังนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะ ๙ เรื่องยืมจึงเป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมให้ผู้ยืมใช้สอยทรัพย์สินที่ยืมเพื่อประโยชน์ของผู้ยืมหาใช่เพื่อประโยชน์ของผู้ให้ยืมไม่

คดีนี้โจทก์ผู้ให้ยืมให้จำเลยยืมเงินไปเป็นการทดรองเพื่อให้จำเลยนำไปใช้สอยในกิจการของโจทก์เป็นประโยชน์ของโจทก์ผู้ให้ยืมเอง รูปเรื่องจึงปรับเข้าด้วยลักษณะ ๙ เรื่องยืมแห่งบทบัญญัติกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้ สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงผูกพันกันในลักษณะอื่นโดยเฉพาะ ต้องพิจารณาเจตนารมณ์ระหว่างคู่กรณีมุ่งผูกพันกันแค่ไหนอย่างไร เห็นว่าการที่จำเลยลงชื่อในใบยืมเงินทดรองของโจทก์นั้นได้กระทำไปโดยตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยในฐานะพนักงานของโจทก์ในขอบเขตแห่งหน้าที่ของตนตามระเบียบแบบแผนของโจทก์ที่วางไว้เพื่อใช้ดำเนินงานของโจทก์โดยมอบให้นางสาวจินตนาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของโจทก์ไปดำเนินการต่อไปเพื่อให้งานของโจทก์ดำเนินไปโดยเรียบร้อย

แม้จะมีข้อบังคับองค์การแก้วว่าด้วย เงินยืมทดรอง พ.ศ. ๒๕๒๐ ให้ผู้ยืมต้องนำใบสำคัญคู่จ่ายที่ถูกต้องพร้อมทั้งเงินที่เหลือจ่ายส่งใช้แก่โจทก์ภายใน๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับเงินยืม ก็เป็นเรื่องกำหนดความรับผิดชอบของผู้ยืมไว้เป็นการเฉพาะเป็นหลักปฏิบัติงานในหน่วยงานของโจทก์ เมื่อจำเลยมิได้อยู่ในฐานะของผู้ยืมตามกฎหมาย แต่เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินรายพิพาทแก่โจทก์

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสมบัติ อรรถพิมล
ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5292/2548

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย จำเลยให้การว่าไม่ได้กู้เป็นเรื่องการเล่นแชร์กัน การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยเล่นแชร์กับโจทก์และจำเลยประมูลแชร์ได้ โจทก์ซึ่งเป็นนายวงแชร์ให้จำเลยทำสัญญากู้เงินเพื่อเป็นประกันว…

Supreme Court Judgment No. 3773/2538

โจทก์ซึ่งเป็นพระภิกษุนำเงินส่วนตัวออกให้กู้ยืมโดยคิดดอกเบี้ยซึ่งไม่มีกฎหมายใดห้ามไว้และไม่มีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายห้ามจึงไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนโจทก์มีสิทธินำสัญญากู้ยืมเ…

Supreme Court Judgment No. 5664/2537

ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน คำว่า "คดีแพ่ง" ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 หมายถึงคดีแพ่งทั่วไปไม่เฉพาะแต่คดีตามประมวลรัษฎาก…

Supreme Court Judgment No. 1234/2531

เดิม อ.และพ. เป็นหนี้โจทก์ตามเช็คและสัญญากู้ยืมเงินการที่จำเลยทั้งสองยอมรับผิดในหนี้ดังกล่าวโดยทำเป็นสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์เป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ จำเลยทั้งสองต้องผูกพันรับผิดตามสัญญ…

Supreme Court Judgment No. 1003/2566

หนี้ตามสัญญากู้เงินพิพาทเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงแต่โจทก์ไม่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up