Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1203/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์ของกลางที่ถูกปล้นไปได้จาก ส.ต่อมา ส. เป็นพยานโจทก์เบิกความว่า จำเลยเป็นผู้นำรถยนต์ของกลางมาบอกขายให้ โดยมอบให้ไปทดลองขับ และมอบสัญญาเช่าซื้อให้ไว้ด้วย ในเมื่อ ส. รู้จักกับจำเลยมาก่อนเกิดเหตุและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน จึงเชื่อว่า ส. เบิกความไปตามความจริงโดยมิได้ปรักปรำจำเลย แม้ความจริงจะปรากฏว่า ส. ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหากระทำผิดร่วมกับจำเลยคำเบิกความของ ส. จะเข้าลักษณะเป็นคำซัดทอดของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดด้วยกัน แต่ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติไม่ให้รับฟังคำซัดทอดของผู้ต้องหาว่ากระทำผิดด้วยกัน การที่จะเชื่อคำพยานได้หรือไม่นั้นย่อมแล้วแต่เหตุผลที่พยานเบิกความ เมื่อรถยนต์ของกลางที่จำเลยบอกขายให้ ส. มีป้ายทะเบียนปลอม สีรถถูกเปลี่ยนมาเป็นสีแดง หมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์ถูกขูดลบออกและตอกหมายเลขใหม่ให้ตรงกับสีรถของจำเลยที่เช่าซื้อมาพยานแวดล้อมจึงฟังได้ว่า จำเลยได้รับรถยนต์ของกลางไว้แล้วช่วยจำหน่าย หรือช่วยพาไปเสีย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจรตามฟ้อง.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340ตรี,ตรี, 357, 364, 368, 83, 91 ให้จำเลยคืนทรัพย์ที่ปล้นไปในส่วนที่ผู้เสียหายยังไม่ได้รับคืนหรือใช้ราคาเป็นเงิน 8,220 บาทแก่ผู้เสียหาย ริบสำเนาสัญญาเช่าซื้อป้ายวงกลมและป้ายทะเบียนของกลางศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบป้ายทะเบียนของกลาง ส่วนสำเนาสัญญาเช่าซื้อและป้ายวงกลมไม่ได้ความว่าเป็นเอกสารปลอมหรือทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการกระทำผิดจึงไม่ริบโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง จำคุก 5 ปี ริบป้ายทะเบียนของกลางนอกนั้นไม่ริบจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2527 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา มีคนร้าย3 คน ร่วมกันใช้อาวุธปืนจี้บังคับและปล้นเอารถยนต์บรรทุกสีครีมค้นหมายเลขทะเบียน 5บ-2239 กรุงเทพมหานคร นาฬิกาข้อมือ สับปะรดและเงินสดของนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเปาระยะ ผู้เสียหายไป ต่อมาวันที่29 สิงหาคม 2527 เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถยนต์ของผู้เสียหายได้จากนายสมศักดิ์ รักสวัสดิ์ เป็นของกลาง โดยสีรถถุกเปลี่ยนเป็นสีแดงหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์เดิมถูกขูดลบและตอกหมายเลขใหม่ และแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข สฎ.น-5138 ซึ่งติดอยู่ที่รถยนต์ของกลางเป็นของปลอมในปัญหาที่ว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความของนายสมศักดิ์ รักสวัสดิ์พยานโจทก์ว่าจำเลยเป็นผู้นำรถยนต์ของกลางมาบอกขายให้แก่นายสมศักดิ์โดยมอบรถยนต์ของกลางให้นายสมศักดิ์ไปทดลองขับดูก่อน และมอบสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ให้ไว้ด้วย

ศาลฎีกาเห็นว่านายสมศักดิ์รู้จักกับจำเลยมาก่อนเกิดเหตุและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกัน จึงเชื่อว่านายสมศักดิ์เบิกความไปตามความจริงโดยมิได้ปรักปรำจำเลย ยิ่งกว่านี้ตามสำเนาสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 ยังปรากฏข้อความเขียนบันทึกไว้ที่ด้านบนว่า "เอกสารฉบับนี้นายสมศักดิ์ รักสวัสดิ์ ผู้ครอบครองรถยนต์เป็นผู้มอบให้แต่วันยึด (29 ส.ค. 27)" และมีลายมือชื่อของเจ้าพนักงานตำรวจลงไว้ ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจก็ยึดรถยนต์ของกลางได้จากนายสมศักดิ์ด้วย ปรากฏตามบันทึกการยึดรถยนต์เอกสารหมายจ.8 แสดงว่านายสมศักดิ์เป็นผู้มอบเอกสารดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจในวันที่ถูกยึดรถยนต์ของกลาง จากข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้วจึงเชื่อว่า จำเลยนำรถยนต์ขจองกลางมาบอกขายให้แก่นายสมศักดิ์โดยมอบรถยนต์ของกลางให้นายสมศักดิ์ทดลองขับและมอบสำเนาสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ให้นายสมศักดิ์ไว้ด้วย

จริงอยู่นายสมศักดิ์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมดำเนินคดีในข้อหากระทำผิดร่วมกับจำเลยด้วย คำเบิกความของนายสมศักดิ์แม้จะเข้าลักษณะเป็นคำซัดทอดของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดด้วยกันก็ตาม แต่ก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติไม่ให้รับฟังคำซัดทอดของผู้ต้องหาว่ากระทำผิดด้วยกัน การที่จะเชื่อคำพยานได้หรือไม่นั้นย่อมแล้วแต่เหตุผลที่พยานเบิกความ เพื่อพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงที่ได้ความจากทางพิจารณาว่า รถยนต์ของกลางที่จำเลยบอกขายให้แก่นายสมศักดิ์มีป้ายทะเบียนปลอมหมายเลขทะเบียนสฎ.น-5138 ตรงกับหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันที่จำเลยเช่าซื้อจากบริษัทโตโยต้าสุราษฎร์ธานีผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด สีรถถูกเปลี่ยนจากสีครีมมาเป็นสีแดง หมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์ถูกขูดลบออกและตอกหมายเลขใหม่ให้ตรงกับสีรถ

หมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์ของรถยนต์คันที่จำเลยเช่าซื้อมาจากบริษัทดังกล่าว และจากคำเบิกความของนายวิกิจ พรหมพฤกษ์ พนักงานฝ่ายขายของบริษัทดังกล่าวพยานโจทก์ที่ว่า ป้ายวงกลมที่ติดอยู่ที่รถยนต์ของกลางเป็นป้ายวงกลมของรถยนต์ที่จำเลยเช่าซื้อไปจากบริษัทและจำเลยแจ้งว่าสูญหายไปแล้ว พยานแวดล้อมกรณีดังกล่าวย่อมฟังได้ว่า จำเลยได้รับรถยนต์ของกลางไว้แล้วช่วยจำหน่ายหรือช่วยพาไปเสียโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เสียง ตรีวิมล · นิเวศน์ คำผอง · บุญศรี กอบบุญ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2472/2541

แม้บันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของ ต. จะเป็นพยานบอกเล่าซึ่งโดยลำพังไม่อาจจะรับฟังชี้ลงไปได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้กระทำความผิด แต่อาจรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์มีพันตำรวจตรี ว.พนักงาน…

Supreme Court Judgment No. 1775/2539

จากการนำสืบของโจทก์ได้ความจากคำเบิกความของ อ.ว่าอ.ได้ลักรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุมาให้จำเลยช่วยขายให้เพราะเคยรู้จักกันมาก่อนจำเลยไม่ยอมช่วยขายแต่บอกว่า ท.เพื่อนของจำเลยต้องการจะได้ อ.จึงตกลงขายให้ ท.ใน…

Supreme Court Judgment No. 4168/2536

คำเบิกความและคำให้การในชั้นสอบสวนของ ภ. ว่าตนได้นำสร้อยข้อมือของผู้เสียหายที่ลักมาไปขายให้แก่จำเลยโดยบอกด้วยว่าเป็นทรัพย์ที่ลักมาถือได้ว่าเป็นคำซัดทอดของ ผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน แม้มิใช่เป็นคำชัดทอดที่…

Supreme Court Judgment No. 5058/2533

จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 รับซื้อกระบือของกลางการที่จำเลยที่ 3 อยู่ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขณะถูกจับกุมยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ครอบครองกระบือดังกล่าว หลังจากจำ…

Supreme Court Judgment No. 4974/2533

การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยปฏิเสธชั้นศาลมาใช้ลงโทษจำเลยโจทก์ต้องมีพยานประกอบว่าจำเลย กระทำผิดจริงและพยานประกอบนั้นมิใช่มีเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนคำรับสารภาพเท่านั้น คดีนี้พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up