คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า "จำเลยบังอาจมีเจตนาทุจริตใช้อุบายหลอกลวงให้นางสาคร มียัง ส่งทรัพย์ให้จำเลย โดยจำเลยเอาความเท็จมากล่าวแก่นางสาคร มียังว่าจำเลยร้อนเงิน ขอยืมเข็มขัดนาคของนางสาคร มียังไปจำนำก่อนเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้วันรุ่งขึ้นจะจัดการไถ่คืนให้ซึ่งความจริงจำเลยไม่ได้มีเจตนาจะนำเข็มขัดนาคไปจำนำและจัดการไถ่คืนให้นางสาคร มียัง ดังกล่าว แต่จำเลยมีเจตนาจะเอาเข็มขัดนาคนั้นเสียเลย นางสาคร มียัง หลงเชื่อในถ้อยคำอันเป็นเท็จของจำเลย จึงมอบเข็มขัดนาค 1 สายราคา 2,600 บาทของนางสาคร มียังให้จำเลยไป แล้วจำเลยเอาเข็มขัดนาคสายนี้เป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย" ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304 จำเลยปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 6 เดือน ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 304จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ข้อความตามที่ปรากฏในฟ้องไม่มีข้อความอันเป็นเท็จซึ่งเป็นมูลให้เกิดความผิดฐานฉ้อโก้ง ข้อความตามที่ปรากฏในฟ้องแสดงเพียงว่า จำเลยรับจะทำอะไรแล้วไม่ทำตามรับเท่านั้น การไม่ทำตามรับดังคดีนี้ไม่ใช่ความผิดฐานฉ้อโก้ง ในฟ้องมีคำว่า จำเลยใช้อุบายหลอกลวงข้อนี้ก็จริงอยู่ แต่เมื่ออ่านฟ้องโดยตลอดจะพบว่าไม่มีการหลอกลวงอันเป็นความผิดอาญา ฟ้องไม่เป็นฟ้องพิพากษายืน