Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1181/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จำเลยทำสัญญากัน โดยจำเลยยอมให้เอาที่ดินของจำเลยให้โจทก์ยื่นคำร้องขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ภายใน 6 เดือนนับแต่วันทำสัญญา ในการนี้โจทก์ตกลงให้เงินแก่จำเลยเป็นการตอบแทน ต่อมาพ้นเวลา 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาดังกล่าว จำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อพนักงานโลหกิจว่า จนบัดนี้ โจทก์ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดการทำเหมืองได้ จำเลยจึงขอคัดค้านการอ้างสิทธิของโจทก์โดยจำเลยไม่ยอมให้ใช้ที่ดินของจำเลย ฯลฯ เช่นนี้ แม้ความจริงโจทก์จะได้ยื่นคำร้องขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ภายใน 6 เดือนนับแต่วันทำสัญญากันนั้นไว้แล้วก็ตาม แต่เมื่อข้อความในสัญญามีเหตุทำให้จำเลยเข้าใจได้ดังคำร้องคัดค้านของจำเลยแล้ว โจทก์จะหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จหาได้ไม่

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 137 ป.อ. Section 59 กฎหมายลักษณะอาญา Section 118 กฎหมายลักษณะอาญา Section 43

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่า โจทก์จำเลยทำสัญญากันไปว่า จำเลยมีที่ดินตามใบแจ้งการครอบครองแปลงหนึ่ง จำเลยยอมยกให้โจทก์ยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ลงในที่แปลงนี้ได้ จำเลยขอคิดค่าชดเชยในที่ดินนี้ 50,000 บาท ในวันทำสัญญาจำเลยได้รับเงินจากโจทก์แล้ว3,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือจะรับกันในวันโอนกรรมสิทธิ์ หรือเมื่อใบอนุญาตให้เปิดการทำเหมืองในที่ดินนี้ตกมาถึง และโจทก์ต้องยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรในกำหนด 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญา ถ้าพ้นกำหนด โจทก์ไม่ได้ขอประทานบัตรลงในที่แปลงนี้ถือว่าสัญญานี้สิ้นสุดลง ใช้ไม่ได้ต่อไป เงินมัดจำต้องเป็นพับไป จะเรียกร้องกลับคืนไม่ได้ แต่หลังจากทำสัญญานั้นเกิน 6 เดือนแล้ว จำเลยได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อโลหกิจจังหวัดพังงาว่า ตามที่โจทก์ได้ตกลงทำสัญญากับจำเลย

เอาที่ดินของจำเลยไปยื่นขอประทานบัตรเพื่อเปิดการทำเหมืองโดยมีเงื่อนไขว่า จะยื่นขอให้ได้เปิดการทำเหมืองภายในกำหนด 6 เดือนเท่านั้น แต่จนบัดนี้โจทก์ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตเปิดการทำเหมือง เมื่อพ้นกำหนดเช่นนี้แล้ว จำเลยถือว่าหมดภารผูกพันกับโจทก์แล้ว และจำเลยขอคัดค้านการอ้างสิทธิของโจทก์โดยจำเลยไม่ยินยอมให้ใช้ที่ดินของจำเลย ฯลฯโจทก์จึงฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จต่อโลหกิจจังหวัดพังงาโดยโจทก์ถือว่าในสัญญากำหนดแต่เพียงว่า โจทก์จะต้องยื่นเรื่องราวขอประทานบัตรภายใน 6 เดือน ซึ่งโจทก์ก็ได้ยื่นภายในกำหนดแล้วคำคัดค้านของจำเลยจึงเป็นความเท็จ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า

คำแจ้งความเท็จของจำเลยไม่ได้ทำให้โจทก์เสียหาย ทางการสั่งยกเรื่องราวของโจทก์เพราะโจทก์ขอประทานบัตรทับที่ที่เขาขอผูกขาดไว้แล้ว เป็นความผิดของโจทก์เอง ไม่ใช่เพราะคำคัดค้านของจำเลย การกระทำของจำเลยยังไม่ครบองค์ความผิดตาม มาตรา 118, 137 ตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในสัญญาไม่มีคำว่า "ให้ได้" แต่คำร้องของจำเลยมีคำว่า "ให้ได้" ก็ดี ก็เป็นเรื่องที่จำเลยถือเอาการแปลข้อความในสัญญาเป็นเหตุที่จะปฏิเสธสัญญา คือ โจทก์จะต้องยื่นคำขอประทานบัตรเปิดทำเหมืองแร่ภายในกำหนด 6 เดือน เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาเช่นนี้

จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านปฏิเสธสัญญาว่าหมดภารผูกพันกับโจทก์ต่อไป จึงไม่ใช่เรื่องจำเลยแจ้งความเท็จพิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาสั่งรับฎีกาของโจทก์ว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยยังไม่ได้ทำผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานดังฟ้อง แต่เป็นเรื่องที่จำเลยแปลสัญญาหรือเข้าใจข้อความในสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ว่าเป็นดังที่จำเลยกล่าวในคำร้องของจำเลย เพราะเห็นได้จากข้อความในสัญญานั้นเอง กล่าวคือ ในสัญญามีกำหนดเวลา 6 เดือน เป็นการตายตัวอยู่และได้กำหนดกันไว้ว่า ถ้าพ้นกำหนด 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาแล้ว สัญญาเป็นอันเลิกกันใช้ไม่ได้ต่อไป เมื่อจำเลยยื่นคำร้องต่อพนักงานโลหกิจ ก็พ้นเวลา 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาแล้ว จึงเห็นได้ว่า

จำเลยน่าจะเข้าใจว่า ตามสัญญาโจทก์จะต้องยื่นคำขอ"ให้ได้" เปิดการทำเหมืองภายใน 6 เดือนเท่านั้น ตามที่ปรากฎในคำร้องของจำเลย เพราะถ้าตามสัญญานั้นให้สิทธิโจทก์ที่จะยื่นคำร้องขอประทานบัตรเมื่อไร ๆ ก็ได้ภายใน 6 เดือน ส่วนจะได้รับอนุญาตประทานบัตรเมื่อไร ไม่มีกำหนด ซึ่งอาจเป็นปีหรือหลาย ๆ ปีก็ได้ ถ้าเป็นเช่นนี้ คู่สัญญาก็ไม่น่าจะกำหนดเลิกสัญญากันไว้เมื่อข้อความในสัญญามีเหตุทำให้จำเลยเข้าใจได้ดังคำร้องของจำเลยโจทก์จะหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จหาได้ไม่ศาลฎีกาพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อรรถพิศาลโสภณ · ประมูล สุวรรณศร · พิทักษ์มนูศาสตร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 859/2504

คณะกรรมการของมัสยิดซึ่งเป็นนิติบุคคลได้ประชุมลงมติให้จำเลยซึ่งเป็นกรรมการผู้หนึ่งไปแจ้งต่ออำเภอว่าเป็นเจ้าของครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของมัสยิดเป็นการชั่วคราวเพื่อความสะดวกที่จะให้เช่าและกันคนอื่…

Supreme Court Judgment No. 1955/2546

จำเลยที่ 1 และที่ 2 รู้มาแต่แรกแล้วว่า ล. ผู้เป็นบิดาได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่ก. และโจทก์ที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) หายไป แล้วจำเล…

Supreme Court Judgment No. 605/2546

จำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่ ว. เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ในการออกบัตรประจำตัวประชาชน โดยกรอกข้อความในแบบคำขอมีบัตรประจำตัวประชาชนและจำเลยนำแบบคำขอดังกล่าวเสนอ ส. พนักงานเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเพื…

Supreme Court Judgment No. 3828/2531

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136,137,326 และ 328 อันเป็นคดีที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี แม้โจทก์จะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดก็ต้องนำวิธีพิจารณาความอาญาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจัดต…

Supreme Court Judgment No. 38/2524

กำนันถูกแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการโครงการสร้างถนนเข้าหมู่บ้านเป็นเจ้าพนักงานอยู่แล้วตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457เบิกเงินมาเพื่อจ่ายแก่ผู้รับเหมาทำถนนในขณะที่ถนนยังไม่เสร็จ แต่เบิกมาเพื…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up