คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความว่าเดิมนาแลต้นตาลซึ่งปลูกอยู่บนคันนาในที่รายพิพาทนี้เป็นของ ม.ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสามีโจทก์แลจำเลย ม.ได้ยกต้นตาลให้แก่สามีโจทก์ซึ่งเป็นบุตร์ขาย แลยกนาให้แก่ฝ่ายจำเลยต่างก็เข้าทำในสิ่งที่ตนได้รับมา ๓๐-๔๐ ปีแล้วเมื่อ ๑๐ ปีมาแล้วจำเลยลงชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของที่ดินรายนี้ทั้งหมด
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าการที่บิดามารดายกทรัพย์ให้บุตร์นั้น เห็นได้ว่าเป็นการยกให้เป็นกรรมสิทธิเด็ดขาด ไม่ใช่ให้เก็บกินชั่วครั้งคราว ต้องถือว่าได้ยกให้ตลอดถึงกรรมสิทธิในที่ดินส่วนที่ปลูกต้นตาลด้วย สามีโจทก์ได้ครอบครองมากว่า ๑๐ ปีแล้วย่อมได้กรรมสิทธิในต้นตาลแลที่ดินที่ปลูกต้นตาลตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๓๘๒ แต่เห็นว่าที่ดินที่ปลูต้นตาลนี้เป็นหัวคันนา ฝ่ายจำเลยได้ใช้หัวคันนาเป็นประโยชน์ในการทำนามาหลายสิบปีแล้ว หัวคันนานี้ย่อมตกอยู่ในภาระจำยอมตาม ม.๑๓๘๗ จะห้ามจำเลยโดยเด็ดขาดมิให้เกี่ยวข้องแก่ที่ดินที่เป็นหัวคันนานั้นมิชอบ
Result
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อที่ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อแก่ที่ดินปลูกต้นตาลว่าให้ห้ามโดยไม่ให้เสื่อมเสียสิทธิแห่งภาระจำยอมของจำเลย