Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1153/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 27 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 มาตรา 7 มิได้กำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือการดำเนินการใดๆ โดยการใช้เงินที่ได้รับการอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การที่ผู้เสียหายจัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านและตรวจสอบกรณีสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ โดยไม่ปรากฏว่ามีผู้ร้องเรียนต่อผู้เสียหายหรือมีราษฎรในหมู่บ้านของผู้เสียหายได้รับความเดือนร้อนจากมติของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์ดังกล่าว มิใช่เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรในหมู่บ้านซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 139 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 Section 27

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 139 จำคุก 1 ปี และปรับ 2,000 บาท การกระทำของจำเลยไม่ถึงกับก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้เป็นยุติในเบื้องต้นว่า ที่ประชุมสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท องค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์โอนเงินจำนวน 300,000 บาท เข้าบัญชีเงินฝากของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ นางวันทนา ผู้เสียหาย ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ ทราบเรื่องดังกล่าวจึงโทรศัพท์แจ้งให้นายบุญส่ง ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ นำสมุดบัญชีเงินฝากไปมอบให้

ครั้นถึงวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง ผู้เสียหายจัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านของตน โดยมีการประชุมเกี่ยวกับโครงการยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขและโครงการเอสเอ็มแอล หลังจากนั้นผู้เสียหายจึงชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจสอบกรณีสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ แต่จำเลยซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ ได้กล่าววาจาห้ามผู้เสียหายดำเนินการประชุม นอกจากนี้ยังบอกให้นายบุญส่งไปเอาสมุดบัญชีเงินฝากคืนจากผู้เสียหายด้วย จนผู้เสียหายเลิกการประชุม

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยข้อแรกว่า การที่ผู้เสียหายจัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านและตรวจสอบกรณีสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 มาตรา 27 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2551 มาตรา 7 จะกำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านทำหน้าที่ช่วยเหลือนายอำเภอในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นหัวหน้าราษฎรในหมู่บ้านของตน และให้มีอำนาจหน้าที่อื่นอีกหลายประการ

รวมทั้งการจัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งก็ตาม แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวมิได้กำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือการดำเนินกิจกรรมใดๆ โดยการใช้เงินที่ได้รับการอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น การที่ผู้เสียหายจัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านและตรวจสอบกรณีสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อกระทำการนอกอำนาจหน้าที่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังจัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านโดยกำลังรับฟังและตรวจสอบการทำงานของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ

หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ ตามที่มีผู้ร้องเรียนอันเป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรในหมู่บ้านตามกฎหมายนั้น เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์แล้ว ไม่ปรากฏว่ามีผู้ร้องเรียนต่อผู้เสียหายหรือมีราษฎรในหมู่บ้านของผู้เสียหายได้รับความเดือดร้อนจากกรณีสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ แต่คดีกลับได้ความจากพยานโจทก์ปากนางสุณี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ เลขานุการผู้ทำรายงานการประชุมครั้งเกิดเหตุ เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ภายหลังเกิดเหตุสามีผู้เสียหายสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์ และเหตุที่ผู้เสียหายต้องการตรวจสอบกรณีสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ

หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ ก็เพราะเกรงว่าสามีจะเสียเปรียบในการเลือกตั้ง อีกทั้งคดียังได้ความจากพยานโจทก์ปากนายกรุย และนายสันติ ราษฎรผู้เข้าร่วมประชุมครั้งเกิดเหตุ เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านตรงกันว่า ผู้เสียหายกล่าวหาสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์ชุดที่มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ กลางที่ประชุมว่ามีเจตนาโอนเงินให้พวกพ้องทุจริตโกงกินกัน นางสุณี นายกรุย และนายสันติ ล้วนเป็นคนกลาง จึงไม่มีเหตุอันควรระแวงสงสัยว่าจะเบิกความบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อช่วยเหลือจำเลย คำเบิกความของพยานทั้งสามตามที่กล่าวมานั้นมีน้ำหนักบ่งชี้ว่าผู้เสียหายจัดให้มีการประชุมราษฎรและคณะกรรมการหมู่บ้านของตนในวาระการตรวจสอบกรณีสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมอุดหนุนกิจการการเกษตรให้แก่กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ

หมู่ที่ 3 ตำบลดอนเจดีย์ โดยหวังจะใช้โอกาสดังกล่าวกล่าวหาสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์ชุดดังกล่าวกลางที่ประชุมว่ามีเจตนาโอนเงินให้พวกพ้องทุจริตโกงกินกันเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ เพราะเกรงว่าสามีผู้เสียหายซึ่งกำลังจะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลดอนเจดีย์จะเสียเปรียบในการเลือกตั้ง มิใช่เป็นการกระทำตามอำนาจหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรในหมู่บ้านซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดั่งที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัย ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ดังกล่าว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น กรณีไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยข้ออื่นๆ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

Matter details

Panel of judges
อาวุธ ปั้นปรีชา · วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี
Lower court
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสมศักดิ์ ฎาราณุท
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายรัฐพลี ตั้งใจตรง
Supreme Court black case no.
อ.8390/2553
Trial court black case no.
อ2139/2551
Trial court red case no.
อ290/2552
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1940/2561

ความผิดตามฟ้องโจทก์ คือ ป.อ. มาตรา 139 ซึ่งบัญญัติว่า "ผู้ใดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษ…

Supreme Court Judgment No. 2989/2537

การที่จำเลยพูดขู่เข็ญจะฆ่าผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานป่าไม้หากไม่ปล่อยไม้ที่ยึด เป็นการข่มขืนใจผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ เป็นก…

Supreme Court Judgment No. 4512/2536

จำเลยเป็นผู้ใหญ่บ้าน อันเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 และได้รับการแต่งตั้งจากนายอำเภอให้เป็นเจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายจากอุทกภัย แล้วให้ทำเรื่องผ่านคณะกรรมการตรวจสอบการจ่ายเงิ…

Supreme Court Judgment No. 1266/2530

ตำรวจจะเข้าจับกุมเจ้าของรถเข็นในข้อหานำรถที่ไม่ได้เสียภาษีมาใช้ในทางและกีดขวางทางจราจร จำเลยพูดว่า 'ถ้าจับมีเรื่องแน่' พร้อมกับชี้มือในลักษณะของการข่มขู่ และพวกจำเลยประมาณ 30-40 คนได้เดินเข้าไปหาตำรวจ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2508 (ref. 88338)

ความผิดฐานลักทรัพย์ไม่เป็นเหตุร้ายสำคัญตามความหมาย พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 27(7) ผู้ใหญ่บ้านเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง มีอำนาจจับกุมผู้กระทำผิดอาญาในหมู่บ้านของตนได้และมีอำนาจไป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up