Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1142/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลต้องจดไว้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นพยานเอกสารอย่างหนึ่ง ซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์จึงชอบที่จะอ้างเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ ส่วนที่จะรับฟังหรือไม่เพียงใดเป็นดุลพินิจของศาลที่พิจารณาจะวินิจฉัยอีกชั้นหนึ่ง ฉะนั้น เมื่อศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาโดยวินิจฉัยถึงคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องประกอบกับคำพยานอื่นที่ได้มาเบิกความในชั้นพิจารณาจึงไม่เป็นการผิดต่อกฎหมาย แต่อย่างใด

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันยักยอกลายพิมพ์นิ้วมือ แจ้งความเท็จ เป็นเจ้าพนักงานจดข้อความเท็จขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมาย ลักษณะอาญา มาตรา ๖๓, ๓๑๕, ๒๒๖ และ ๒๓๐ จำเลยทั้ง ๕ คน ต่างให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่านายอินโจทก์ได้พิมพ์ลายนิ้วมือมอบให้จำเลยที่ ๑ ไปเพื่อใช้ในการไถ่ถอนโฉนดที่วางเป็นประกันเงินกู้ ไว้กับนางวันดีคืนมา จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๑ กลับสมคบกันนำไปทำเป็นใบมอบอำนาจให้จำเลยที่ ๑ โอนขายที่ดินให้แก่จำเลย ที่ ๒ และ ที่ ๓ โดยทุจริตจริง ส่วนจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ นั้น ยังฟังไม่ถนัดว่าได้กระทำผิดดังฟ้อง จึงพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑, ที่ ๒ และที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๖๓, ๓๑๕, ๒๒๖ ให้ลงโทษตาม มาตรา ๒๒๖ ซึ่งเป็นกระทงหนัก โดยจำคุกจำเลยที่ ๑ ผู้เป็นตัวการสำคัญ ๑ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลย ที่ ๒, ๓ คนละ ๑ ปี ส่วนจำเลย ที่ ๔ ที่ ๕ นั้น ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๔ ที่ ๕ จำเลยทั้งสามที่ต้องโทษ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยนั้น คำเบิกความของพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลต้องจดไว้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น เป็นพยานเอกสารอย่างหนึ่ง ซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์จึงชอบที่จะอ้างเป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ ตามมาตรา ๒๒๖ แห่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ส่วนที่จะรับฟังหรือไม่เพียงใดเป็นดุลพินิจของศาลที่พิจารณาจะวินิจฉัยอีกชั้นหนึ่ง ตามมาตรา ๒๒๗ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานั้น สำหรับคดี เมื่อศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาโดยวินิจฉัยถึงคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องประกอบกับคำพยานอื่นที่ได้มาเบิกความในชั้นพิจารณาจึงไม่เป็นการผิดต่อกฎหมาย แต่อย่างใด

หาใช่เป็นเรื่องที่ศาลรับเอาแต่คำเบิกความของพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมาวินิจฉัย ข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องให้พยานมาเปิดความในชั้นพิจารณา ดังที่จำเลยกล่าวในฎีกาไม่ ส่วนที่นายอินโจทก์ เบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง มิได้กล่าว ถึงวันเวลา เกิดเหตุไว้นั้น ก็ไม่เห็นจะถือไว้อย่างไรว่า ทำให้ข้อเท็จจริงตามพิจารณาแตกต่างกับที่ระบุในฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้ยกฟ้องของโจทก์เสียได้ตามฎีกาของจำเลย ฉะนั้น ที่ศาลทั้งสองวินิจฉัยข้อเท็จจริงลงโทษจำเลยมา จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
Lower court
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายบุญยเกียรติ อรชุนะกะ
ศาลอุทธรณ์ - นายยง เหลืองรังษี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10546/2558

เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ครบองค์ประกอบข…

Supreme Court Judgment No. 8642/2553

ในชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความในตอนแรกระบุว่าคนร้ายคือจำเลยและ จ. ซึ่งเป็นคนรู้จักกันมาก่อนเพราะมีบ้านอยู่ใกล้กับบ้านพักของผู้เสียหาย หลังเกิดเหตุผู้เสียหายชี้ยืนยันบุคคลตามภาพถ่ายที่เจ้าพนักงานตำรวจ…

Supreme Court Judgment No. 734/2553

เครื่องจับเท็จเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่นำผลการตอบคำถามของจำเลยมาวิเคราะห์ตามหลักวิชาการแล้วประเมินผลจากการวิเคราะห์นั้นว่าจำเลยพูดจริงหรือเท็จ มีลักษณะเป็นเพียงความเห็นในทางวิชาการ ย่อมไม่อาจนำม…

Supreme Court Judgment No. 7745/2552

คำเบิกความของ ว. และ ส. พยานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งศาลต้องบันทึกไว้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 237 วรรคหนึ่ง เป็นพยานเอกสารอย่างหนึ่งซึ่งน่าจะพิสูจน์ได้ว่า จำเลยทั้งสองมีผิดหรือบริสุทธิ์ โจทก์จึงชอบที่จะอ้…

Supreme Court Judgment No. 4135/2552

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี รวม 40 กระทง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยังคงลงโทษจำเลยแต่ละกระทงตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด แต่เห็นว่าจำเลยกระทำความผิดเพียง 13 กระทง ถือว่าเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up