Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 1124/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์และจำเลยแถลงต่อพิพากษาขอให้สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ไปรังวัดทำแผนที่พิพาท หากทำแผนที่พิพาทแล้วปรากฏว่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8049หรืออยู่นอกเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 แล้ว โจทก์ยอมแพ้ แต่ถ้าอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 แล้วจำเลยยอมแพ้ โดยคู่ความไม่ติดใจสืบพยานกันต่อไป ดังนั้น เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจแผนที่พิพาทกับระวางที่ดินตามรูปโฉนดเดิมแล้วแถลงว่า ไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินแปลงใดแน่ เนื่องจากไม่สามารถรังวัดปูโฉนดได้เพราะที่ดินตามโฉนดเดิมไม่มีระวางโยงยึดและหมุดหลักที่แน่นอน ดังนี้ จึงถือไม่ได้ว่า ปรากฏว่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของฝ่ายใดตามตกลงท้ากัน และศาลจะตรวจดูแผนที่พิพาทเปรียบเทียบกับระวางแผนที่เสียเองก็ไม่ได้ ศาลจึงไม่อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เป็นไปตามคำท้าได้คำท้าเป็นอันตกไป ศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 เนื้อที่ 12 ไร่ 52ตารางวาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์กับพวกอีก 3 คน เมื่อวันที่ 4ธันวาคม 2535 โจทก์กับพวกนำพนักงานเจ้าหน้าที่ไปรังวัดสอบเขตปรากฏว่าจำเลยบุกรุกเข้ามาในที่ดินโจทก์บางส่วนทางด้านทิศตะวันตกเนื้อที่ 2 งาน 34 ตารางวา โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรีจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้บุกรุกเข้าไปในที่ดินโจทก์จำเลยรับโอนที่ดินแปลงดังกล่าวมาจากมารดา หากที่ดินที่จำเลยครอบครองไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 มารดาจำเลยและเจ้าของเดิมก็ได้ครอบครองที่ดินดังกล่าว โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อเป็นเวลากว่า 10 ปีจำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครอง

ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณาคู่ความตกลงท้ากันว่า หากพนักงานเจ้าหน้าที่ไปรังวัดทำแผนที่พิพาทแล้ว ปรากฏว่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8049 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี หรืออยู่นอกเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรี แล้วโจทก์ยอมแพ้ แต่ถ้าหากปรากฏว่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีแล้วจำเลยยอมแพ้ โดยคู่ความไม่ติดใจสืบพยานหลักฐานอื่น หลังจากพนักงานเจ้าหน้าที่รังวัดทำแผนที่พิพาทแล้วปรากฏว่าเมื่อนำตำแหน่งของที่พิพาทตามแนวเส้นสีดำหมายสีม่วงของแผนที่พิพาทมาเปรียบเทียบกับระวางแผนที่แล้วปรากฎว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้าศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินโจทก์โฉนดเลขที่ 8033 ตำบลหนองขนาน

อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรี ตามแนวเส้นสีดำหมายสีม่วงจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าโจทก์และจำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นขอให้สั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ไปรังวัดทำแผนที่พิพาท หากพนักงานเจ้าหน้าที่ทำแผนที่พิพาทแล้วปรากฏว่าหรือเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8049 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรี หรืออยู่นอกเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033ตำบลหนองขนาน

อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี แล้วโจทก์ยอมแพ้ แต่ถ้าหากปรากฏว่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 ตำบลหนองขนานอำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี แล้วจำเลยยอมแพ้ โดยคู่ความทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจสืบพยานหลักฐานกันต่อไป และยอมออกค่าใช้จ่ายในการรังวัดทำแผนที่พิพาทกันคนละครึ่ง ต่อมาเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทำแผนที่พิพาทเสร็จแล้วปรากฏว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รังวัดทำแผนที่พิพาทได้แถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่าที่พิพาทจะอยู่ในเขตโฉนดที่ดินแปลงใด เนื่องจากไม่สามารถรังวัดปูโฉนดได้เพราะที่ดินตามโฉนดเดิมไม่มีระวางโยงยึดและหมุดหลักที่แน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้ศาลชั้นต้นจึงเลื่อนคดีไปชี้สองสถานถึงวันนัดชี้สองสถาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นตรวจดูแผนที่พิพาทและระวางแผนที่อีกครั้งหนึ่งแล้วมีความเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงได้งดชี้สองสถานแล้วพิพากษาโดยนำตำแหน่งของที่พิพาทตามแนวเส้นสีดำหมายสีม่วงของแผนที่พิพาทมาเปรียบเทียบกับระวางแผนที่แล้ววินิจฉัยว่าที่พิพาทอยู่ในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 8033 จำเลยจึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความหรือไม่โจทก์อ้างว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาชอบด้วยกฎหมายแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่ชอบที่จะยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เห็นว่า เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รังวัดทำแผนที่พิพาทได้ตรวจแผนที่พิพาทกับระวางที่ดินตามรูปโฉนดเดิมแล้วแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า ไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินแปลงใดแน่เนื่องจากไม่สามารถรังวัดปูโฉนดได้เพราะที่ดินตามโฉนดเดิมไม่มีระวางโยงยึดและหมุดหลักที่แน่นอนดังนี้ จึงยังถือไม่ได้ว่า ปรากฏว่าหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่าที่พิพาทอยู่ในเขตโฉนดของฝ่ายใดตามที่โจทก์และจำเลยตกลงท้ากัน

ศาลจึงไม่อาจวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้เป็นไปตามคำท้าของโจทก์และจำเลยดังกล่าวข้างต้นได้ ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีตามคำท้าจึงไม่ชอบ เพราะไม่ตรงตามคำท้าของโจทก์และจำเลยที่ตกลงกัน กรณีเช่นนี้ถือได้ว่าคำท้าของโจทก์จำเลยย่อมเป็นอันตกไป ศาลชั้นต้นชอบที่จะดำเนินการชี้สองสถานหากจำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงก็ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อุดม มั่งมีดี · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · อรุณ น้าประเสริฐ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2274/2568

โจทก์เป็นบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 38 และ 46 ประกอบมาตรา 4 ประกาศกระทรวงการคลั…

Supreme Court Judgment No. 1951/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินพิพาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง อ้างว่าสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน คือสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊ส รวมทั้งอาคารพักพนักงานจำนวน 2 ชั้น ฯลฯ…

Supreme Court Judgment No. 4011/2567

การแพ้หรือชนะคดีกันตามคำท้านั้น ผลที่ได้จากเงื่อนไขที่ท้ากันจะต้องชัดเจนตรงกับประเด็นตามคำท้าโดยที่ศาลไม่ต้องตีความผลดังกล่าวให้เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายใดอีก เพราะมิฉะนั้นจะเป็นการถือเอาคำวินิจฉัยของศาลเป็…

Supreme Court Judgment No. 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

Supreme Court Judgment No. 308/2563

คู่ความตกลงท้ากันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาในคดีที่ ส. สามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ฟ้องบรรษัทบริหารสินทรัพย์ ท. บริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยร่วมกันขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up